jirapont's profileธรรมะวัยรุ่น ง่ายๆโดนๆPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
ธรรมะวัยรุ่น ง่ายๆโดนๆปล่อยวางบ้าง ล่ะวางบ้าง ถือไว้มันหนักนะ ปล่อยมันก็สบาย ถึงมันไม่มีอะไรมันก็สบายย August 28 เรียบง่ายหลังจากห่างหายจากการเขียนบทความแนวนี้มานาน วันนี้ผมเลยรวบรวมกำลังใจอีกสักครั้งเพื่อเขียนอะไรๆที่จะเกิดประโยชน์ แก้สังคมบ้าง กับอาการที่ ไม่รู้จะเขียนอะไรนับแต่ตั้งปลายปีที่แล้วเป็นต้นมามีเหตุจากหลายๆปัจจัย แต่เอาเป็นว่าไม่ขอพูดถึง ตอนนี้เล่าเกี่ยวกับปัจจุบันไปเลยแล้วกันครับ วันนี้อยากเขียนอะไรง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากนัก เขียนไปเรื่อยๆ ตามที่อยากจะเขียน แล้วกัน ผมเคยถามตัวเองมาตลอดตั้งแต่เด็กแล้วนะว่าคนเรานั้นเกิดมาทำไม หลายคนอยากรู้คำตอบผมเองก็อยากรู้ หลายปีที่ผ่านมาผมก็พยามคิดอยู่เสมอในเหตุผลต่างๆ ทั้งทางอุดมคติ หรือทางศาสนา ความเชื่อต่างๆ มันก็ได้คำตอบ ที่ถูกต้องในความเห็นของกรอบความคิดนั้นๆ ซึ่งเอาเป็นว่า ถูกผิด คำถามนี้ไม่สำคัญ แต่มันน่าสนใจที่ว่า แล้วกรอบความคิดนั้น มันมาได้อย่างไร กรอบความคิด หรือเรียกอีกอย่างว่า ความเคยชิน เช่น เราเคยชินกับการใช้ช้อนกินข้าว คนจีนใช้ตะเกียบ ความเชื่อวิถี ชีวิต สภาวะสังคม ต่างๆเหล่านี้เป็นกรอบความคิดความเชื่อได้ ผมยิงคำถามว่า เราเกิดมาพร้อมกับ กรอบความคิดที่ถูกยัดเข้ามาในหัว พ่อ แม่ โรงเรียน ระบบสังคม เป็นต้น คนที่เกิดในกรอบที่ต่างความคิดต่างความเชื่อต่าง ถูกผิด ของแต่และสังคมก็ไม่เท่ากัน อยู่ที่การวัด ตามกรอบของแต่ละสังคมมากกว่า วันนี้สังคมก็เถียงกันเรื่องถูกผิด คนที่เชื่อในพระเจ้าเท่านั้นจะได้ไปสวรรค์ คนที่ทำบุญเท่านั้นถึงได้ไปสวรรค์ กรอบความคิดแบบนี้ไม่มีทางเถียงกันจบแน่นอน คนเราเกิดมาทำไมถ้า ไร้ซึ่งกรอบความคิดแล้ว คำถามนี้จะเกิดหรือไม่ คนเราถ้าไร้ซึ่งความเชื่อในตัวตน อัตตา ต่างๆนาๆ นั่นเหละ คือคำตอบ ธรรมชาติ คนเราเกิดมาพร้อมกับธรรมชาติ อยู่อย่างธรรมชาติ ตายย่างธรรมชาติ และก็ไปเป็นธรรมชาติ ธรรมชาติก็คือ ธรรมชาติ ความเป็นเช่นนั้นเอง กรอบความคิดต่างๆนาๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ความถูกหรือผิดก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ดีเลวก็เป็นธรรมชาติ เราเกิดมาก็เพื่อเข้าถึงธรรมชาติที่ไร้กรอบความคิด เข้าใจมัน บางคน บอกว่าผมเกิดมาเพื่อแสวงหาความสุข แน่นนอนครับ เพราะคุณมีกรอบความคิดไง ถึงมีความสุข มีความทุกข์อะไรๆที่มันตรงกับกรอบความคิดที่คุณคิดไว้นั้นเหละความสุข กรอบความคิดมันให้นิยามไปหมดว่า อะไรคืออะไร สุข ทุกข์ ดี ชั่ว นั่นเหละ ของคู่ย่อมเกิดในโลกของความคิด แต่ในธรรมชาตินั้นทุกอย่างย่อมเป็นหนึ่ง ไม่มีซึ่งการแบ่งแยก ทุกสิ่งล้วนดำเนินไปตามวิถีของมันเอง วันนี้แนวคิดเรื่องการดับสูญก็มาแรง เพราะความมีเกิดความคิดนี้จึงเกิด เมื่อทุกอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว จะมีอะไรที่สูญ อะไรที่ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน เพราะทุกอย่างก็คือธรรมชาติ การไม่เป็นธรรมชาติ ก็คือธรรมชาติอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน
วันนี้คนเราเกิดมาทำไม ....... ก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ มีสติรู้ ตัวนั่นเหละธรรมชาติ ของเรา การคิดไปตามอดีต อนาคตนั่นเหละ คุณกำลังตกลงไปในกรอบของงความคิด ปัจจุบันอารมณ์ คือ ธรรมชาติที่ทุกคนมีอยู่ในตัวแล้ว เพียงรู้ธรรมชาติ ไม่ใช่เกาะธรรมชาติ เอาธรรมชาติ เป็นธรรมชาติ นั่นเหละ รู้ก็ต้องรู้จริงๆนะ ไม่ใช่รู้ความคิด มันละเอียดมาก ธรรมชาติ จริงๆแล้วรู้ได้ แต่เมื่อรู้แล้ว ก็แล้วกัน คิดที่จะรู้ไม่ได้ รู้ตัวว่ารู้ไม่ได้ อธิบายไม่ได้ บอกว่าตัวเองรู้ก็ไม่ได้ ถ้ารู้แบบนั้นนั่นคือรู้ความคิด ไม่ใช่รู้ธรรมชาติ มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน กับการอธิบายแต่อย่างน้อยวันนี้เราก็ได้รู้กรอบคร่าวๆของ คำถามที่เรียบง่ายที่สุดที่ว่าเราเกิดมาทำไมกัน........... August 25 ต้นไม้ ต้นไม้หยั่งรากลึกแดดิน โก่งโผจับกินหมู่ไม้
เหี่ยวเฉาร้าวราน เพียงเพื่อ ดำรงอยู่ซึ่งไว้ตัวตน May 12 ความสุข .....ความสมอยากวันนี้ สังคมของเรากำลังถามหาถึงความสุขกันมาก....จริงๆแล้วความสุขที่สังคม ถามหากันอยู่นั้น จริงๆมัน มีความหมายอย่างไรแบ่งแยกอย่างไรกันแน่ แล้วความสุขของคนเราแต่ล่ะคนนั้นมันแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร........ ครูบาอาจารย์ที่ผมเคารพมากท่านหนึ่งท่านบอกกับผมว่า ความสุขนั้น ไม่ได้มีอยู่จริงแต่ สิ่งที่เราเรียกกันว่าความสุขนั้น จริงๆนั้นเป็นความสมอยากต่างหาก คนเรานั้น มีความสมอยากที่แตกต่างกัน คนเรานั้นคาดหวังในสิ่งที่แตกต่างกัน ความสมอยากเลยไม่เหมือนกัน การสนองแล้วแปลออกมาเป็นความสุขเลยแตกต่างกัน บางคน คิดว่าความสุขคือเงินทอง ส่วนผมคิดว่าความสุข คือ การมีจิตใจที่สงบสุข นี่ก็คือความสมอยากที่ ต่างกัน ไม่มีอะไรผิด หรือถูก เพียงแต่ ผมชี้ให้เห็นว่าคนเรานั้นมีความสุขต่างกันเพราะ มาตรฐาน ในการให้ความสมอยากของตัวเองนั้นต่างกัน วันนี้สังคมเถียงกันมากในเรื่องของความสุข ถ้าเราลองนำกรอบความคิดของ ความสุข ที่เกิดจากความสมอยากนี้ไปจับ เราจะประเมินได้ว่าจริงๆแล้วความสุขนั้น เถียงกันไม่ได้ จริงๆแล้ว คนเราจะมีความสุขตลอดเวลาไม่ได้ คนเรา จะสมอยากตลอดกาลนั้นเป็นไปไม่ได้ คนที่รวยที่สุด มีเงินมากที่สุด ก็แค่อาการสมอยากอย่างหนึ่ง เมื่อถึงจุดๆหนึ่งเค้าก็ต้องไปค้นหาความสมอยากอื่นๆอีก ไม่ได้หมายความว่าจบเพียงเท่านี้ และไม่ได้หมายความว่าเขาเหล่านั้นจะถึงที่สุดแห่งความสุขแต่อย่างใด ผมจะเล่าตัวอย่านิทานให้ฟัง แต่จะเป็นเรื่องย่อๆ ที่เข้าใจง่ายแล้วกัน คือในสมัยอดีตนั้นมี พระราชาพระองค์หนึ่ง ซึ่งพระองค์ เก่งมาก ทำสงครามยึดครอง โลกไว้ได้ทั้งใบ พระองค์นั้น เมื่อทรงครองราชย์ไปสักระยะหนึ่ง ก็เกิดความอิ่ม อิ่มในความสุข เพราะว่าโลกทั้งใบนั้น พระองค์ทรงยึดครองไว้ ความอิ่มในความสุขนี้ พระพุทธเจ้าท่าน ทรงใช้ความว่า การกระทำตันหาให้เต็ม การอิ่มในความสุขคือการ ไม่สามารถทำตันหาให้เต็มได้อีกต่อไป เมื่อนั้นพระองค์ ก็ทรง ปรึกษากับเทพบนทองฟ้า เทพเหล่านั้นก็เสนอให้พระองค์ทรง ขึ้นไปเสวยสุขโดยการเป็น ราชาผู้ปกครอง สวรรค์ชั้น จตุมหาราชิกา เพื่อเสยสุข จากนั้นพระองค์ทรงเสวยสุขอยู่ 1 มหากัลป์ ณ สวรรค์ชั้นนั้นก็ถึง การที่ อิ่มกับความสุข คือพระองค์ไม่สามารถทำตันหาให้เต็มได้อีกต่อไป ท่านเลยปรึกษาเทวดา ว่าควรทำเช่นๆไร เทวดา ก็เสนอให้พระราชา ปกครองสวรรค์ชั้น ดาวดึง พระองค์ก็ทรงเสวยสุขอยู่นับสิบ มหากัลป์ ก็ถึงคราวเช่นเดิม คือไม่มาสมารถทำตันหาให้เต็มได้ ท่านเลย ขอกลับ พระราชวัง ในเมือง มนุษย์ ตามเดิม เมื่อพระองค์ ทรงยืนประทับอยู่ ณ มหาปราสาท ราชวังแล้วทรงตรัสกับตัวเองว่า แม้แต่การที่เราเองได้ เสวยสุข อยู่ถึงในสวรรค์ชั้นดาวดึง กว่า 10 มหากัลป์ ก็มิอาจทำตันหาให้เต็มได้ จากนั้นท่านก็สวรรคตไป ตรงนี้ผมพยามจะ ให้เห็นภาพตัวอย่างว่าความสุขที่เราๆ กำลังให้คำนิยามกันนั้น มันไม่มีที่สิ้นสุดหรอกครับ แม้แต่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึง ก็มิอาจ หาความหมายของมันได้ เพราะ ความสุขมันก็คือความสมอยาก เมื่อเรา เสพสุข สวยสุข ๆไม่ว่า จะจากทรัพย์สินเงินทอง ไม่ว่าจะความสุขสงบ ก็ตาม ก็ต้องมีวันที่ มันไม่มามารถสนอง ให้เต็มถึงที่สุดได้ ยกตัวอย่างว่า รวยแล้วไม่โกง จึงเป็นคำที่เป็นไปไม่ได้ เพราะ คนรวยเรามักนึกถึงว่า เป็นคนที่มีความสุขที่สุด เพราะ มีเงินเยอะ รวย เงิน คือความสุข แต่หารู้ไม่ว่า ความสมอยากของคนรวย กับคนจนนั้นต่างกันมาก คนรวย อยากได้เครื่องบินส่วนตัว คนจนอยากได้ข้าวสักจาน เมื่อ คนรวยได้เครื่องบิน ก็สมอยาก คนจนได้กินข้าวสักจานก็สมอยาก ความสมอยากของคน สองคนนี้เท่ากัน มีความหมายว่าความสุขนั้น ก็คือเท่ากัน................ หนทางของพระพุทธองค์นั่น ไม่ใช่การแสวงหาความสุข ทั้งจากราชวัง หรือ ความสุขอิ่มใน ญาณสมาธิ ซึ่งก็คือความสมอยาก เหมือนกัน แต่ละเอียดต่างกัน พระองค์ทรงให้ พิจารณาที่จิตใจ พิจารณาที่ต้นตอของจิตใจที่มัน ต้องการความสุข หรือความสมอยาก นี่ต่างหากล่ะครับ คนเรานั้น เคยชินเสมอกับ ความสมอยากคือความสุข ความไม่สมอยากคือความทุก.... เหมือนความดีความชั่วนั่น ก็เป็นความสมอยากที่ละเอียดขึ้นไปอีกระดับเช่นกันครับ วันนี้เราลองคิดพิจารณาดูกันว่า ความสุข ..........มันคืออะไรกันแน่
May 03 Welcome to shopping on ourwebsite! Dear
firend: Introduce a good electronical wholesaler.Them are a wholesaler with best reputation in honesty and integrity.They are selling iphone,ipod,cameras,camcorders,Mobile Phones,laptop,PDAs,GPS,PSP,PS3 and so on. This website: Succies.com is controlled by a website administrator. All content is protected by law, as is misuse or cloning by other websites.They are doing the Promotions now, and I have brought a loptops which work very well, it is a paradise for shopping, which can bring you much suprise.If you have any questions about this order or the products rvices you've purchased, please feel free to our site. Sincerely yours! March 31 ทิศหรือหลงวันนี้ความสุขได้เกอดขึ้นแล้ว วันนี้ ชีวิตที่ดีกำลังดำเนินไปสู่จุดหมายของมัน วันนี้ สติของเราเองก็ชัดเจน ......วันนี้กมลสันดานบอกว่าตัวเราเอง ขนาดความมั่นใจอีกนิดหน่อย ก็จะพร้อมแล้ว วันนี้ เราเองกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ควรเดิน ทำในสิ่งที่ควรทำ เพราะ อะไรนะ ..... เพราะเรากำลัง รู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไร เรารู้มากขึ้น รู้ในสิ่งที่สูงขึ้นรู้ในสิ่ง ที่มั่นใจ......แต่วันนี้เราก็ยังไม่คิดว่าเรารู้พอ เราไม่เคยรู้อะไรพอ....เพราะ จริงๆก็ไม่มีอะไรให้รู้เลยยยยยย วันนี้ถ้ารู้พอ...ก็คือไม่รู้อะไรเลย .....วันนี้เราสำเนียกและเตือนตนเสมอ ว่า .....เรายังต้องรู้อีกมากมาย ....ความรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด วินาทีใดที่เรารู้ตัวว่าเรารู้พอแล้วนั่นเหละคือวินาทีที่เรารู้น้อยที่สุด วันนี้ถ้าเรา รู้ตัว ณ วินาทีนี้นั่นเหละ...... ทิศทางนั้นก็ประกอบไปด้วยความคิด ความคิดที่อิงมาจากอดีต ประมวณเข้ากับเหตุปัจจุบัน แล้วคาดการอนาคต ออกมาเป็นความรู้สึก ทุกสิ่ง แม้แต่ทิศก็อยู่แต่ในกรอบนี้ ถ้าเราหลุดออกจากกรอบนี้เราก็จะออกจากทิศ เราจะอยู่เหนือทิศทางของคนทั่วไป .......แต่ไม่ใชาคนหลงทิศ คนทั่วไปก็คงคิดว่าเรานั้นหลง แต่จริงๆแล้ว....คนละด้าน ความหลง ก็ยังกำหนดอยู่ในกรอบของความคิด.....เมื่อไม่คิดก็ไม่มี วันนี้ ไม่สำคัญว่าคิดอะไรอยู่ แต่สำคัญว่าทำอะไรอยู่ รู้ตัวอยู่ เต็มที่รึเปล่า ตั้งใจรึเปล่า หรือทำไปคิดไปใช้ชีวติไปวันๆ คิดถึงแต่อนาคตคิดถึงแต่อดีต เดร๋ยวกับวันนี้ หวังกับพรุ่งนี้ รึเปล่า หรือว่า.... ไม่คิดแต่รู้...แล้วเต็มที่ คิดอยู่รึเปล่าว่่า.....เราเดินถูกทางไหมหว่า เราใช่งานที่เรารักไหม.... แล้วรู้ไหม.....ว่าทำอะไรอยู่.......รู้...รึเปล่า คิดว่าหลง แต่ไม่รู้ว่าเดิน คิด ว่ามาถูก...แต่ไม่รู้ว่าทำอะไรอยู่...น่าเสียดายที่ เวลานี้เหละสำคัญที่สุดเพราะเรารู้ ควบคุมได้เปลี่ยนได้ กำหนดได้....แต่น้อยนักที่จะรู้...แต่ชอบนักที่จะคิด... รู้ยัง........ November 18 ตัวตน.....ครูบาอาจารย์ ผมสอนเอาไว้ว่า รู้ตัวเดี๋ยวนี้คือรู้ธรรมทั้งหมด ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ถ้าลองพิจารณาเอาความหมายลึกๆแล้ว มันละเอียดและซับซ้อนค่อนข้างมาก ท่านบอกเสมอว่า ธรรมทั้งหมดอยู่ที่ตัวเรานี่เอง ธรรมทั้งหมดอยู่ ที่ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ไม่ได้อยู่ที่ ป่าเขาลำเนาไพร ที่ไหน ไม่ได้อยู่ที่การนึกคิด ไม่ได้อยู่ที่ ความดี หรือไม่ดี ปัจจัยอื่นไม่มีผลอันใด ต่อธรรมแท้.... แม้แต่ตัวตนของเราเองก็ไม่มีผลต่อธรรมเช่นกัน ธรรม นั้นแปลว่าสัจจัธรมหรือความจริง เมื่อเราลองถามคุณว่าความจริงคืออะไร ผมแน่ใจว่าไม่มีใครตอบได้ ครูบาอาจารย์บอกว่า ความจริงในโลก นี้มีอยู่อย่างเดียวคือ ความรู้สึกที่เรายังมีชีวิตอยู่ แต่ความจริงในความหมายเชิงปรัญญา อื่นๆนั้น เป็นเพียง ความคิดและสมมุติทั้งสิ้น เราจะพิสูจิได้อย่างไรกัน ว่าความคิดที่เรานำไปสร้างสมมุติ นั้น เป็นความจริง คน เราทุกวันนี้มีวิธีชีวิตที่หนีธรรม การไม่อยู่กับธรรม คือการไม่อยู่กับปัจจุบัน หลงไปกับสิ่งสมมุติทั้งหลาย แม้แต่การพูดคุยกันวันนี้ก็ไม่ใช่ธรรม แต่เป็นเพียงการพุดตาม สมมุติ แม้แต่ธรรมะที่ อาจารย์แสดง ก็เป็นเพียงสมมุติเช่นกัน แม้แต่ตัวตนที่แท้จริงของเราคืออะไร ใครให้คำตอบได้บ้าง นอกจากความคิดที่เป็นเพียงสมมุติ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ก้อน หิน กับตัวเรานั้นแตกต่างกันอย่างไร กอนหินกับตัวเรา ก็คือสิ่งๆเดียวกันในทางธรรม แต่ถ้าเอาสมมุติ ภาษา รูปธรรมนามธรรม ความรู้สึกเข้าไปใส่ นั่นเหละถึงจะเป็นความต่าง แต่ความต่างนั้นเป็นความจริงเหรอ.......... เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรานั้น มีอยู่ หรือไม่มีอยู่ ครูบาอาจารย์สอนไว้ว่า ถ้าเราไปสมมุติ แล้วรู้สึกว่ามันมีอยู่จริงๆ มันจะมีเรื่องตามมาอีกพันล้านอย่าง ความทุกความสุขก็จะตามมาอีกนับไม่ถ้วน เอา ล่ะ เราลองคิด ดูซิว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น มันเกิดเพราะ มันเป็นความจริง หรือ เกิดจากความคิดของเรากันแน่ แล้วความคิดของเรา นั้นเป็นความจริงหรือ......... ทุกสิ่งทุกอย่าง ในโลก นั้น ไม่ได้ มี หรือ ไม่มี แต่มันเป็นของมันอยู่อย่างนั้น แม้แต่ตัวเรา การเข้าถึงธรรม คือการอยุ่กับสิ่งที่รู้ตอนี้ที่นี่เดี๋ยวนี้ คือ รู้ว่ายังมีชีวิตอยุ่ เท่าัน้น อยู่เหนือภาษาและความคิดใดๆ แม้แต่ตัวเรา กับ ก้อนหินในรุป ต่างกันเพียงสมมุติเท่านั้น ถ้าไม่มีสมมุติใดๆ ในโลก เรากับก้อนหินก็ อาจมีค่าเท่ากัน................. ก้อนหินมันไม่ทุกขืไม่ร้อนหรอก เพราะ ตัวมันเองสมมุติตัวเองไม่ได้ แต่ที่คนเราทุกขื เพราะ เราสมุมติกัน อยู่ตลอด คิดอยู่ตลอด หลงอยู่ตลอด เช่นนั้นเอง.......... ใคร สนใจเข้าถึง จริงๆในชาติภพนี้ สามารถคุยกับผมหลังไมได้นะครับ เพราะมีครูาอาจารย์แนะนำ จะละเอียดลึกซึ้งกว่าที่ผมพูดอยู่นี่หลายล้านเท่าครับ ขอให้ทุกคนเข้าถึงสัจจธรรมครับ November 07 อนาคต ความหวัง ตัวตนอนาคต ความหวัง ตัวตน สามสิ่งนี้รู้ไหม ว่ามันมี ความสัมพันกันอย่างแยกไม่ออก วันนี้วันที่เราใช้ชีวิตอยู่ ในทางโลกๆ เราย่อม ที่จะ จำเป็นที่จะต้องมีตัวตน ตัว ตนณ ปัจจุบัน ตัวตน ที่เราเป็นอยู่ ใช่วันนี้ผมมีชีวติ ที่ต้อง อาสัยตัวตนในการ มีชีวิตอยู่ ในอนาคต ผมหวังให้ตัวตน ของผม ในวันนี้ ดีกว่า ที่เป็นอยู่ ดี ทั้งนเรื่อง ของความสุข และประโยชน์ อนาคตทำให้เรามีความหวัง..... ความหวัง ทำให้เรามี กำลังใจที่จะสุ้ต่อไป ทำให้เรามีเหตุผลของการมีชีวิต ในทางโลกๆต่อไป วันนี้ถึงแม้ว่าเรา จะไม่มีความสุข แต่ เราก้หวังว่า อนาคต มันจะดีกว่านี้ แต่บนโกลใบนี้ก็มีคนอยู่ 2 ประเภท คน กลุ่มแรก รอคอย ว่าวันพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้ด้วยความหวัง ที่พึ่งพาต่อโชคชะตา วันนี้เรามีความหวัง แต่เราก็เลือกมองที่อนาคตว่ามันจะดี แล้ว อาศัยความหวัง ด้วยการรอคอย ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่วันนี้ เค้ามองเห็นอนาคต ที่ดี มีความหวัง คนเหล่านี้เห็นอนาคตที่ดี แต่เค้าก็ไม่ได้มองที่อนาคตเพียงอย่างเดียว คนกลุ่มนี้ หวัง ในสิ่งที่ กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน คนกลุ่มนี้ ให้ความสำคัญกับวิธีการ มากกว่าความสำเร็จ ผมอยากบอกว่า วิธีการของคนเราทุกคนนั้นเป็นแบบนี้แทบทั้งนั้น แต่ที่ต่างกัน คือ มุมมอง ยกตัวอย่างแล้วกัน........... คนกลุ่มแรก พอเจอปัญหาที่จะ ทำอะไรๆ ให้มันดีขึ้นกับชีวิต มักจะมีข้ออ้าง ...เสมอๆ ไม่มีเวลา ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ ต่างๆ เพราะบางที่ ที่คนเราคิดแบบนี้ เพราะ ข้ออ้างทุกข้ออ้าง ครับ คือชีวิตของคน กลุ่มแรก ที่เค้าให้ความสนใจ แม้ว่ามันจะสมเหตุสมผล เท่าไหร่ คนกลุ่ม ที่สองนั้น ให้ ความสำคัญกับวิธีการ วิธีการ ที่ แม้จะมีข้ออ้าง หรือข้อจำกัดมากมาย แต่คนเหล่านี้ก็ผ่านไปได้ แต่ รู้ไหมครับ ว่า ปัญหา ของ คนเหล่านี้ มักเป็นปัญหา ที่ จะทำให้เค้าพัฒนาตนไปสู่ชีวิตที่ดี เค้าจะมอง ว่าทำไมมันถึงไม่สำเร้จ แล้วเค้า ก็จะมองหาวิธีการใหม่ๆ ให้สำเร็จ ต่างกับ ปัญหาของคนกลุ่มแรกนะครับ ที่บอกไม่มีเวลา ไม่มีคามสามาร แต่คนกลุ่มหลัง คิด คนละแบบ ทำไงให้มี ทำไงถึงจะเรียนรู้ความสามารถนั้น ทุก คนมีความหวังนะครับ ผีความฝัน มีอนาคต วันนี้นะครับ เราลองมาคิดกันดูว่า อนาคต ของเรา มันชัดเจนใหม่ แล้ววันนี้ เราทำอะไร เจอปัญหาเรา ตอบสนอกับปัญหานั้นอย่างไร คิดแบบคน กลุ่ม 1 หรือคน กลุ่ม 2 วันนี้นะครับ ชีวิตคนเราทั้งโลกต่างกัน เพราะความคิดตรงนี้นิิดเดียว ทั้งๆ ที่กระบวนการคิดเหมือนกัน วันนี้เรา คิดกันแบบไหนกันครับ September 28 เรื่องขำๆ การเมืองไทยเรื่องขำๆการเมืองไทย วันนี้บ้านเมืองกำลังเดินอยู่บททาง สาม แพร่ ใช่รึเปล่าเนี้ย...........จะเดินทางไปทางใด ก็อยู่ที่ช่วงนี้เหละบ้านเมืองไทย การเมืองไทยมีเรื่องขำอยู่หลายเรื่องเนอะ เอาอย่างแรกเลยแล้วกัน ประชาธิปไตย หมายความว่า เสรี เสียงส่วนใหญ่ ประมาณนี้รึเปล่า ประชาธิปไตยไทย ก็เสียงส่วนใหญ่นะครับ เสรีด้วย แต่ให้แค่สี่วินะ เพราะเรามีผ่านตัวแทน คือ สส. หลังจากนั้น สี่ปีค่อยมามีเสรีใหม่ ระหว่างนั้น คนที่ชื่อว่า สส. ก็ทำอะไรก็ได้อ่ะครับ พี่น้องสองคน คุยกันมันๆเรื่อง สว สส เรื่อง ของ สส. ยังมีเรื่องน่าขำอีกเยอะครับ สส. เค้าเลือกกันไปทำน้า อื่ม ง่ายๆแล้วกัน ออก กฏหมายในสภาไงหน้าที่หลัก ดูแลผมประโยชน์ของกฎหมายที่มันจะกระบทกับคนในพื้นที่ อ่าพี่ครับ แล้ว สส. ไทยล่ะ คนแบบไหนถึงจะได้เป็น สส. กัน ใช่แล้ว ต้องเก่งกฎหมาย มากๆ แล้วต้องรู้เรื่องท้องถิ่นด้วยถึงจะดี เป็น ปากเสียงตัวแทนคนในพื้นที่ได้ถึงจะดี เนอะ อ่า แต่ สส. ที่เห็นแถวบ้าน เค้าเป็น ญาติพี่น้องกับคนทั้งพื้นที่เลยเนอะ งานแต่ง งานบวชไปหมดเลย ไปหมดจริงๆ เหอะ ไม่รู้เอาเวลาไหนไปเป็นปากเสียงชาวบ้านเนี้ย อ่าวแล้ว สส. เงินเดือน หก หมื่น เบี้ยประชุมอีก สามหมื่นกว่า อื่มแสนนึงพอดี ปีนึง ล้านกว่าบาท สี่ปี สี่ล้านเกือบห้าล้าน เอ๊าตาย สส. บ้านผม เค้าทำไมมีเงินซื้อที่ สิบกว่าล้านได้ล่ะน่ะ ซื้อเยอะด้วยแฮะ มีธุรกิจด้วยแฮะ โถไอ้น้อง สส. นี่เป็นปากเสียงประชาชน เหมือนถือดาบอาญาสิทธิ คนในพื้นที่ใครๆก็เกรง จะทำธุรกิจอะไรก็ง่าย สำประทานอะไร ก็ต่อรองได้เพราะผม เป็น สส. ครับ สส.ส่วนมาก ทำธุรกิจก็เป็น แบบนี้ทั้งนั้นเหละ สี่ปีมีเงินเป็นร้อยล้านเลยอ่ะ เหอะๆ อ่าวกฎหมายก็เขียนไว้นะว่าห้าม มีหุ้นเกิน เท่าไหร่ๆ เค้าจะทำแบบนี้ได้ไง โหย ไอ้น้องครับ สส. ไทยฉลาดที่สุดในโลกแล้ว ก็โอนหุ้นในบริษัท ให้ พ่อแม่ เมีย ลูกไปซิ หรือ คนใช้ นอมินีไรก็ว่าไปใครๆเค้าก็ทำทั้งนั้นเหละพี่เอ้ย.......... เนี้ย เป็น สส. ทีนึงคุ้มจะตาย ลงทุนซื้อหัวคะแนน หาเสียง ไม่กี่ล้านหรอก แหม .... เหอะๆ ซะแบบนั้น..........
อ่อพี่ครับ สว. นี่เค้ามีไว้ทำไมเหรอครับ อ่อ สว เหรอเค้าเอาไว้ควบคุม สส อีกที เป็นสภาสูง เอาไว้ เป็นสภากลั่นกรอง สสอีกทีนึง ถ้ากฎหมายไม่ดีไม่ถูก ขัดประโยชน์ประเทศชาติประชาชน สว นี่เหละที่จะมาเป็นตัวคานอำนาจกัน แล้วก็ มีอำนาจในการยื่นถอดถอน สส. หรือรัฐมนตรีได้ด้วยน้า อื่มๆ แล้วพี่ครับทำไม สว. บ้านผมเค้า เป็นเมีย กะ สส. อ่ะครับ อ่าว ไม่รู้อะไรซะแล้วไอ้น้อง ถ้า สว กะ สส ขัดกัน ล่ะ สส จะผ่านโครงการกฎหมายอะไรมันก็ลำบากนะซิครับ เกิด จะโกงจะกินอะไรเข้า สว มันเกิดถอดถอนอะไรแบบนี้ก็ซวยนะซิครับ แหมๆ ถ้าไม่เป็นผัวเมียกันมันก็เอากันตายซิ แหมเมืองไทย เค้าทำอะไรก็รู้ๆกันน่า อ่าว แล้วชาวบ้านเค้า ทำไมเลือกมาอ่ะครับ เค้าไม่รู้เหรอ ว่ามันจะต้องคานอำนาจกัน ไอ้หนู๋เอ่ย คนไทยเข้าใจประชาธิปไตยว่าไงบ้างเล๊า นอกจากไปงานแต่งงานบวช ซื้อหัวคะแนน หาเสียงเยอะ ชาวบ้านเค้าก็นึกว่า สว สส มันก็คือๆ กันนั่นเหละ เพราะให้เราเลือก สี่วิเหมือนกัน โหย น้องเอ้ย เราเรียน หนังสือมา กี่ปีกี่ชาติ ตั้งแต่ ป.หนึ่งถึง ป.ตรี เค้าสอนเรื่องการเมืองซักกี่ วิชาเองว่ะ เอ้งลองไป ถามเพื่อนๆ ก็ได้ ว่าประชาธิปไตยมันคืออะไรว่ะ ยิ่งชาวบ้านที่ยังไม่ได้เรียนหนังสืออีก แกจะเอาไรไรมากเหอะๆ แต่มันก็เป็น เอกลัษณ์ของการเมืองไทย นะเนี้ย สส. เป็น ผัว ของ สว. หุๆ แต่ สว มีหน้าที่ ตรวจสอบดูแล ถอดถอน สส เมีย มีหน้าที่ ตรวจสอบดูแล ถอดถอน ผัว อื่มกรณีนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มันมีเมียน้อย......... September 24 ตัวผม สังคม การเมือง และวิวัฒนาการผมห่างหายกับการพูดเรื่องสังคมมานานนะครับ วันนี้ลองมาพูดถึงกันดูบ้าง ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้น่ะ หลายส่วนในสังคมกำลังเรียกร้องให้ พวกเราสามัคคีกัน รู้รักสามัคคี ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นเหตุการณ์ทุกวันนี้ คนเราไม่สามัคคีกันเหรอ การเมืองสมัยนี้มันแตกแยกสังคมมันแตกแยก กันขนาดนี้เชียวหรือ เรื่องง่ายๆ แต่หาคำตอบยากนะครับ คืออย่างแรกเลยเรา ต้อง เข้าใจ ทั้งหมดของข้อมูลเสียก่อน จึงจะออกความเห็นได้ ทำไมคนในทำเนียบ ถึงต้องไล่ รัฐบาลไล่แล้วไล่อีกล่ะ หาคำตอบได้หรือเปล่าครับ นั่นเหละครับ คนที่รู้รักสามัคคี และเรียกร้องให้คนไทยรักกัน คนเหล่านั้นส่วนมาก รู้ข้อมูลไม่ไหมดครับ หรือรู้แค่ข้างเดียว เช่น คนชนบทที่ไม่รู้ข้อมูลข่าวสาร หรือคนที่ไม่สนใจการบ้านการเมือง มีชีวิตอยู่ไปวันๆ หรือคน ประเภทสายลมแสงแดด นั่นเหละครับ คนเหล่านี้มันไม่มี ความคิดเห็นอื่น นอกจาก รู้รักสามัคคี แต่ผมเชื่อว่าถ้าคนเหล่านี้มีข้อมูลที่ครบ เค้าคงทำแบบพวกที่ทำเนียบครับ เอาล่ะครับ พูดถึงคนที่ทำเนียบกันบ้าง การต่อสู้ ของคนกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย องค์ความรู้จำนวนมาก และประกอบไปด้วย ชนชั้นกลาง ถ้าว่ากันตามตรงสภาพสังคมสมัยนี้ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าเละเทะ ขนาดไหน คนเหล่านี้ แหละครับ เห็นปัญหาชัดเจน ยิ่งอยู่ในเมืองใหญ่ๆด้วยแล้วยิ่งเข้าใจ วันนี้นะครับวิธีการต่อสู่ ต้องคิดนิดนึง เพราะ การเมืองของเราเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย ด้วยขบวนการภาคประชาชน เช่นคนในทำเนียบทั้งนั้นเหละครับ แต่อย่าลืมว่า พวกคนที่สร้างปัญหา ให้กับชาติบ้านเมืองเนี้ย ก็ วิวัตนาการ นะครับ ไม่ได้โจ่งแจ้งเหมือนในอดีต เพราะฉะนั้นผมคิดว่า การที่เราจะสู้ด้วยวิธีการแบบเดิมๆมันทำไม่ได้แล้วครับ ผมคิดว่าน่าจะมีวิธีใหม่ที่ดีกว่านี้ในการไล่ เผด็จการ ในรูปแบบของรัฐสภา หรืออาจกล่าวได้ว่า เผด็จการ ที่ซับซ้อน วิธีการขับไล่ก็ซับซ้อนตามไปด้วย อาจกล่าวได้ว่าวันนี้ สังคมไทย โตตามไม่ทัน วิวัฒนาการ ของเผด็จการ คิดไม่ทันคนที่เราขับไล่ สังคมไทยวันนีต้องเติบโตครั้งใหญ่เสียแล้วเหละครับ September 10 สัจธรรมวันเกิดวันนี้วัดเกิดครับ ยี่สิบสามแล้วแก่ขึ้นแล้ว ช่วงเวลาที่ชีวิตของ คนเรานั้น ช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ทารก เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนแก่ ช่างผ่านไป แล้วก็ผ่านไป อะไรๆ ในชีวิต ล้วนหาแก่นสารไม่ได้ เพราะถ้ามันเป็นสาระแห่งชีวิต มันต้องไม่เปลี่ยนแปลงซิ วันนี้มีคนถามถึงผมว่า ไอ้แม็กเป็นไงบ้าง วันนี้ ผมก็บอกว่า ผมสบายดีมีความสุขไม่มีโรคภัย ได้อยู่กับตัวเอง ดูแลผู้มีพระคุณ ไม่ทะเลาะ ไม่กลุ้มใจอะไรกับใคร เท่านี้ แต่ถ้าถามมีในอีกสิบปีข้างหน้า ก็คงไมได้คำตอบนี้ อีกสิบปีผมก็ไม่ได้หน้าตาแบบวันนี้ มันคงจะแก่ขึ้น หัวล้าน อะไรพวกนี้ อาจมีเรื่องกลุ้มใจเยอะขึ้น เพราะโตขึ้นรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งมันก็ต่างกับวันนี้เวลานี้เช่นกัน อื่มแล้วถามว่าแม็กในวันนี้กับ ในอีก สิบปีเป็นคนคนเดียวกันไหม ใช่เลยเป็นคนเดียวกัน แต่ร่างกาย แต่ปัจจัย ภายนอก มันไม่ ได้ทำให้เราคิดว่ามัน จะเป็นสิ่งๆเดียวกันเลย ทุกอย่างแปลเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เป็นเรื่องธรรมดา วันนี้ผมมีคนที่รักอยู่เต็มไปหมดแต่อีกสัก สิบ ยี่สิบปี อาจไม่เหลือก็ได้ เป็นเรื่องงธรรมดา ของโลก ถ้าโลกใบนี้ไม่มีการเปลี่ยนไม่หมุนเวียนเปลี่ยนใป สิ่งเก่าๆต้องสูญสลายไปตามกลเวลา ก็คงไม่มีผมหรือเราๆท่านๆ มาจนทุกวันนี้หรอก ป่านี้โลกก็คงยังมีแต่ไดโนเสาร์อยู่ อะไรๆ ก้แปเปลี่ยนไปได้หมด วันนี้วันนี้วันเกิด อยากเล่าเรื่องส่วนตัวนิดนึง เพราะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมได้อยู่กับครอบครัวและคนที่ผมรัก มากที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต วันนี้ผมตื่นเช้า และไปใส่บาตรกับพ่อ และแม่ ซึ่งหาโอกาสแบบนี้ยากจริง ๆ และประกอบกับช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ผมไม่ค่อยได้ทำอะไร เรื่องที่ให้กังวลใจเลยไม่มี ถึงวันนี้ ความสุขทางด้านวัตถุ จะมีมาอย่างไร แต่มันก็ซื้อ ช่วงเวลาของวันนี้ไม่ได้ ช่วงเวลาที่ไหว้พระ นั่งสมาธิ สูดอากาสบริษุธิ์ ที่บ้าน กลางนา ใส่บาตรกับพ่อแม่ เลี้ยงหมา อยู่กับตายาย อื่มๆ เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจ ช่วงหนึ่งของชีวิต............. เพราะไม่รู้ว่า วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นผมอาจจะตายก็ได้ ทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงก็ได้ วันนี้ ทุกคนลองมองย้อนกลับมาดูกันซิว่า แก่นสารที่แท้จริงของชีวิต คืออะไร หาเงินเหรอ หาบ้านเหรอ หารถเหรอ หาสาวงามเหรอ ชื่อเสียงเหรอ หลายคนวันนี้บอกว่าใช่ หลายคนในนี้บอกเป็นแก่นสาร เมื่อก่อนผมก็คิดแบบนั้น ถึงวันนี้ก็คิดอยู่ แต่ก็ทุกข์ เพราะมันไม่จบ เพราะ มันหาผิด เพราะ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ ไม่มีจุดสิ้นสุด ก็เลยหา หา แสวงหา แสวงหา ไม่เรื่อยๆ ไม่อิ่มไม่พอ ช่วงเวลาในชีวิต เกือบทั้งหมด ก็หมดไปกับการหานั่นเหละ ช่วงช่วงเวลาที่ได้ใช้ จริงๆ แทบไม่มี วันนี้ คนเราคิด ไปให้ความสำคัญกับการ หา มากเกินไป จนไม่มีความสุข ถ้าวันนี้เราคิดใหม่ มีสติ มีสมาธิ อยู่กับสิ่งเฉพาะหน้า การนั่งเฉยๆ ดูลมหายใจก็มีความสุขได้ เหมือนกับผม แค่เล่นกับ หมาที่บ้าน ก็มีความสุข มากกว่า มีแฟนสวยสุดในโลกเสียอีก ช่วงเวลานี้เลยเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้หยุดคิด เพราะ ช่วงนี้ชีวิตผมได้หยุด ไม่ได้วิ่งไปไหน พอความสุข เฉพาะหน้าอย่างในวันนี้มันเกิดขึ้นผมจึงสัมผัจกับมันได้ง่าย แต่ถ้าเป็นช่วงที่ผมวิ่ง ไขว่คว้าหา เชื่อแน่ว่าผมคงไม่เห็นความสุขวันนี้ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิต เราลองหยุด แล้วมองดูความสุขกันบ้างเถิด หลายสิ่งหลายอย่างบนโลก ยิ่งวิ่งไปหายิ่งไม่เจอ ยิ่งพยามยิ่งไม่พบ เพราะ วัตถุ เชื่อเสียง เงินทอง ถึงวันหนึ่งเราคว้ามันไว้มาได้ แต่ จิตใจเรา ก็คงไม่พร้อมที่จะรับมันอย่างเต็มที่แน่. เหมือน เรื่องการเมือง สมัยนี้ ที่ทำทุกทางไม่ว่าจะเลวอย่างไรก็เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่คิดว่า มันหอมหวานแต่พอกลับได้มาจริงๆ ตัวเองเสพสุขได้ไม่นาน ก็ถูกขับไล่ แถมยัง ทุกข์แสนสาหัสยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ฝากไว้ให้ทุกคนพิจารณากัน หวังว่าคงเป็นประโยชน์ กับทุกๆคน เจริญในสัจธรรม
สัจธรรมวันเกิดวันนี้วัดเกิดครับ ยี่สิบสามแล้วแก่ขึ้นแล้ว ช่วงเวลาที่ชีวิตของ คนเรานั้น ช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ทารก เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ คนแก่ ช่างผ่านไป แล้วก็ผ่านไป อะไรๆ ในชีวิต ล้วนหาแก่นสารไม่ได้ เพราะถ้ามันเป็นสาระแห่งชีวิต มันต้องไม่เปลี่ยนแปลงซิ วันนี้มีคนถามถึงผมว่า ไอ้แม็กเป็นไงบ้าง วันนี้ ผมก็บอกว่า ผมสบายดีมีความสุขไม่มีโรคภัย ได้อยู่กับตัวเอง ดูแลผู้มีพระคุณ ไม่ทะเลาะ ไม่กลุ้มใจอะไรกับใคร เท่านี้ แต่ถ้าถามมีในอีกสิบปีข้างหน้า ก็คงไมได้คำตอบนี้ อีกสิบปีผมก็ไม่ได้หน้าตาแบบวันนี้ มันคงจะแก่ขึ้น หัวล้าน อะไรพวกนี้ อาจมีเรื่องกลุ้มใจเยอะขึ้น เพราะโตขึ้นรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งมันก็ต่างกับวันนี้เวลานี้เช่นกัน อื่มแล้วถามว่าแม็กในวันนี้กับ ในอีก สิบปีเป็นคนคนเดียวกันไหม ใช่เลยเป็นคนเดียวกัน แต่ร่างกาย แต่ปัจจัย ภายนอก มันไม่ ได้ทำให้เราคิดว่ามัน จะเป็นสิ่งๆเดียวกันเลย ทุกอย่างแปลเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เป็นเรื่องธรรมดา วันนี้ผมมีคนที่รักอยู่เต็มไปหมดแต่อีกสัก สิบ ยี่สิบปี อาจไม่เหลือก็ได้ เป็นเรื่องงธรรมดา ของโลก ถ้าโลกใบนี้ไม่มีการเปลี่ยนไม่หมุนเวียนเปลี่ยนใป สิ่งเก่าๆต้องสูญสลายไปตามกลเวลา ก็คงไม่มีผมหรือเราๆท่านๆ มาจนทุกวันนี้หรอก ป่านี้โลกก็คงยังมีแต่ไดโนเสาร์อยู่ อะไรๆ ก้แปเปลี่ยนไปได้หมด วันนี้วันนี้วันเกิด อยากเล่าเรื่องส่วนตัวนิดนึง เพราะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมได้อยู่กับครอบครัวและคนที่ผมรัก มากที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต วันนี้ผมตื่นเช้า และไปใส่บาตรกับพ่อ และแม่ ซึ่งหาโอกาสแบบนี้ยากจริง ๆ และประกอบกับช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ผมไม่ค่อยได้ทำอะไร เรื่องที่ให้กังวลใจเลยไม่มี ถึงวันนี้ ความสุขทางด้านวัตถุ จะมีมาอย่างไร แต่มันก็ซื้อ ช่วงเวลาของวันนี้ไม่ได้ ช่วงเวลาที่ไหว้พระ นั่งสมาธิ สูดอากาสบริษุธิ์ ที่บ้าน กลางนา ใส่บาตรกับพ่อแม่ เลี้ยงหมา อยู่กับตายาย อื่มๆ เป็นช่วงเวลาที่ประทับใจ ช่วงหนึ่งของชีวิต............. เพราะไม่รู้ว่า วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นผมอาจจะตายก็ได้ ทุกอย่างอาจเปลี่ยนแปลงก็ได้ วันนี้ ทุกคนลองมองย้อนกลับมาดูกันซิว่า แก่นสารที่แท้จริงของชีวิต คืออะไร หาเงินเหรอ หาบ้านเหรอ หารถเหรอ หาสาวงามเหรอ ชื่อเสียงเหรอ หลายคนวันนี้บอกว่าใช่ หลายคนในนี้บอกเป็นแก่นสาร เมื่อก่อนผมก็คิดแบบนั้น ถึงวันนี้ก็คิดอยู่ แต่ก็ทุกข์ เพราะมันไม่จบ เพราะ มันหาผิด เพราะ มีเท่าไหร่ก็ไม่พอ ไม่มีจุดสิ้นสุด ก็เลยหา หา แสวงหา แสวงหา ไม่เรื่อยๆ ไม่อิ่มไม่พอ ช่วงเวลาในชีวิต เกือบทั้งหมด ก็หมดไปกับการหานั่นเหละ ช่วงช่วงเวลาที่ได้ใช้ จริงๆ แทบไม่มี วันนี้ คนเราคิด ไปให้ความสำคัญกับการ หา มากเกินไป จนไม่มีความสุข ถ้าวันนี้เราคิดใหม่ มีสติ มีสมาธิ อยู่กับสิ่งเฉพาะหน้า การนั่งเฉยๆ ดูลมหายใจก็มีความสุขได้ เหมือนกับผม แค่เล่นกับ หมาที่บ้าน ก็มีความสุข มากกว่า มีแฟนสวยสุดในโลกเสียอีก ช่วงเวลานี้เลยเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมได้หยุดคิด เพราะ ช่วงนี้ชีวิตผมได้หยุด ไม่ได้วิ่งไปไหน พอความสุข เฉพาะหน้าอย่างในวันนี้มันเกิดขึ้นผมจึงสัมผัจกับมันได้ง่าย แต่ถ้าเป็นช่วงที่ผมวิ่ง ไขว่คว้าหา เชื่อแน่ว่าผมคงไม่เห็นความสุขวันนี้ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของชีวิต เราลองหยุด แล้วมองดูความสุขกันบ้างเถิด หลายสิ่งหลายอย่างบนโลก ยิ่งวิ่งไปหายิ่งไม่เจอ ยิ่งพยามยิ่งไม่พบ เพราะ วัตถุ เชื่อเสียง เงินทอง ถึงวันหนึ่งเราคว้ามันไว้มาได้ แต่ จิตใจเรา ก็คงไม่พร้อมที่จะรับมันอย่างเต็มที่แน่. เหมือน เรื่องการเมือง สมัยนี้ ที่ทำทุกทางไม่ว่าจะเลวอย่างไรก็เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่คิดว่า มันหอมหวานแต่พอกลับได้มาจริงๆ ตัวเองเสพสุขได้ไม่นาน ก็ถูกขับไล่ แถมยัง ทุกข์แสนสาหัสยิ่งกว่าเดิมเสียอีก ฝากไว้ให้ทุกคนพิจารณากัน หวังว่าคงเป็นประโยชน์ กับทุกๆคน เจริญในสัจธรรม
August 24 โลกใบนี้ ผมเคยได้ยินมาว่าโลกใบนนี้เกิดขึ้นมาได้ ก้เพราะจิตเรา จิต เรานี้เองเป็นตัวที่สร้างโลกใบนี้ขึ้นมา ณ ตอนนี้ผมก็สับสนนะ ไม่คิด ไม่รับรู้ และสงสัย ว่าโลกในแบบของผมที่ผมกำลังดำรงอยู่นี้ มันหน้าตาเป็นแบบไหนกันแน่ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมอยากอยู่ตัวคนเดียวมากๆ วันๆ ตั้งแต่กลับจากวัดมา ก็แทบไม่คุยกับใคร ไม่ทำกิจกรรมอะไรที่มันจะ ส่งผลถึงโลกที่เรากำลัง สัมผัสอยู่ คุณอาจคิดว่าผมกำลังจะเป็นบ้าก็ได้ อื่มใช่ผมก็คิดแบบนั้น ผมคิดว่าผมอาจเป็นโรคจิต ชนิดหนึ่งก็ได้ แต่ผมผมคิดว่าบุคลหลายๆคน ที่เป็นที่จดจำบนโลก มันก็มีบางช่วงเวลาที่ผู้คนทั่วไปหาว่าเขาบ้า อื่ม สงสัยผมกำลังเป็นพวกลัทธิ บูชาอัตตา เหมือนกับผมจะยกว่าตัวเองจะเป็นคนสำคัญของโลกซะอย่างนั้น
ณ วันนี้เหมือนตัวผมกำลังหลุดไปสู่โลก ที่ผมไม่รู้จัก โลกที่ผมเองก็หวาดกลัว ณ วันนี้ โลก ใบเดิมที่เคยชินชากับมัน โลก ที่ทุกๆคนต้องต่อสู่ดิ้นรน กำลังหายไปจืดจางลางไปทุกที ตอนนี้โลก ใบใหม่ที่จิตผมกำลังจะพาไปนั้น มันสงบ ว่างเปล่า ไร้การแก่งแย่ง แต่ความไม่มีอะไรเลยไปชั่วนิรัดร์นี่ซิ มันน่ากลัวสำหรับผม เสียแล้วในตอนนี้ ผมอาจชินชากับโลกภายนอกมากไป เลยทำให้ผลลัพ ออกมาไม่เหมือนเดิมเมื่อไปสัมผัสกำโลก ใบเดิมของผม วันนี้ไม่รู้ว่า ตัวเองจะมีชีวิตอยู่ไปทำไมเหมือนกัน เพราะ ตอนนี้ก็ยังหาคำตอบให้กับชีวิตตัวเองไม่ได้แจ่มชัดเสียทีว่าเกิดมาทำไม บทความวันนี้อาจดู สับสน แต่ผมก็ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้เหละ เพราะทุกคนจะได้เข้าใจ จิตผมตอนนี้ว่ามัน สับสนแค่ไหน ความคิดที่จะเดินไปด้านใดด้านหนึ่งนี่มันลำบากจริง เอาละ จริงๆ แล้วผมกำลังบอกทุก คนในเรื่องของ อัตตาการไม่มีตัวมีตน อื่ม คนเราถ้า อยู่บนโลกใบไหน ไม่ว่าโลกนั้นจะเป็นอย่างไร ดีไม่ดี ขอแค่จิตอย่าสร้างตัวตนขึ้นมา มันก็ไม่ทุก แบบผม ในเรื่องหรอก จิตสร้างโลกเป็นสัจธรรม จิตที่สร้างตัวตน เป็นทุก จิตเข้าใจสัจธรรมเป็นมรรค หนทางแห่งความสุข
ขอบคุณ June 06 ปู่ผมเสียแล้วนะ วันนี้ ก้เกือบเดือนล่ะที่ ปู่ แต่ที่บ้านผมเค้าเรียกปู่ว่าพ่อใหญ่กันน่ะครับ เพราะเป็นคนเหนือ พ่อใหญ่ ของผมเสียมาได้เกือบเดือนแล้ว ผมอยากเล่าเรื่องนิดนึง เพราะ พ่อใหญ่ของผมท่านอายุมาก ตั้ง แปดสิบเก้าแล้ว และก็ เสียได้ไม่นานนี่เอง ท่านเป็นลูกที่ดีไปเยี่ยมพ่อใหญ่บ่อยๆ ผมเลยมีโอกาสได้พบท่าบ่อยมาก แต่จะว่าสนิดอะไรขนาดไหนผมก็ ระดับหนึ่งครับ
วันที่พ่อใหญ่เสีย ทุกคนก็เสียใจครับ เพราะ ท่านป่วยและทรมารมานาน จากโรคร้าย เห็นพ่อบอกว่าท่านไปดีผมก็ดีใจด้วย วันนี้ผมเพิ่งเคยสัมผัสกับความรู้สึก ที่พลัดพรากครับ ผมอดคิดไม่ได้ว่า ตอนนี้พ่อใหญ่จะเป็นอย่างไรหนอ จะไปที่แห่งไหนหนอ จะสบายไม๊ ..... ต่างๆนาๆ ผมเชื่อว่าลูกหลานทุกคนคิดครับ และนี่เองคือต้นเหตุใหญ่แห่งความทุกข์ทุกข์จาก ความเป็นห่างนี่สำคัญมากมาย ถ้าวันนี้เรารู้ว่า จุดจบของละครชีวิตทุกเรื่องบนโลกใบนี้ คือการที่เราจะพลัดพรากจากกัน มันคงโหดร้ายหน้าดูนะครับ กับคนที่มีชีวิตที่ สวยงามครอบครับอบอุ่นสมบูรณ์ เหมื่อครอบครัว ของผมที่มีพ่อใหญ่ไง พอท่านจากไป ทุกคนก็เศร้า เพราะ ความห่วงใยทั้งงนั้น
แล้วแบบนี้ผมจะบอกว่า ความห่วงใยมันดีหรือไม่ดีกันล่ะ ความหว่างใยซึ่งกันและกันทำให้โลกนี้มีความสุขนะครับ ทุกคนรักกันห่วงใยกัน พระโสดาบัน ยังมีความรักความห่วงใย แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้พระโสดาบันแตกต่างจากบุคลทั่วไป คือ การที่ท่านเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า คนเราเกิดมาต้องพลัดพราก เห็น อริยสัจ อย่างชัดเจน คือรักแต่ไม่ทุกเพราะเข้าใจ ว่ามันเป็นเช่นนั้นเอง พอรักอย่าง เห็นทุกข์ก็จะรักเป็น อะไรที่ รักแล้วมันจะทุกข์ก็ไม่ทุกข์เพราะมันเห็นปัญญา เห็นตามความเป็นจริง คนเราทางโลกลืมนึกข้อนี้ไป ถ้าระลึก ถึงความเป็นจริงแห่งโลก ก็จะรัก ห่วงใย แบบทุกข์น้อย พอมันเข้าใจ พอมันเห็นว่าอะไรเป็นอะไร ทีนี้มันก็จะมีวิธีปฏิบัติที่มันจะไม่ทุกข์ตามมาเอง แต่ที่เราทุกข์จากการสูญเสีย เพราะ เราเห็นตามความเป็นจริงน้อยไป จิตใจมันไม่แข็งพอที่จะรู้ ความจริง เท่านั้นเอง
ไม่ว่าพ่อใหญ่จะอยู่ไหน ไปยังพบภูมิแห่งใด ขอให้สักชาติภพหนึ่งข้างหน้า ให้พ่อใหญ่ได้เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาอีกครั้ง ....ขอให้พ่อใหญ่ เข้าถึงธรรมะอันประเสริฐ เข้าสู่มรรคผลนิพาน ด้วยเถิด May 29 ทำให้สมกับธรรมะ สวัสดีครับ ตอนแรกผมกำลังมีความคิดว่า จะเอาธรรมะที่ผมเขียนขึ้นนี้ไปลงในโปรแกรมสุดฮิต คือ hi5 นั่นเอง แต่ไปๆมาๆ ผมทำไปได้สักพักแล้ว แต่กลับเป็นว่า มันค่อนข้างไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ครับ วันนี้ผมมาเปิดสเปสที่นานๆ จะได้อัพเดท ที กลับเป็นว่า มีคน ดูวันนี้วันเดียวตัง สิบเก้าคน ผมก็แปลกใจครับว่า ทำไม ถึงเยอะแบบนี้ คราวนี้ผมก็มาดูที่สถิติว่า อื่มใครบ้างนะที่เข้ามาดู กลับเป็นคน จากข้างนอกครับ ไม่ใช่เพื่อนๆที่ดูเป็นประจำ เพราะระบบ มันบอกครับว่า คนมาดูนั้นมาดูจากที่ไหนบ้าง ระบบบอกว่า เป็นคนที่ค้นข้อมูล เข้ามาทางกูเกิล พิมพ์คำว่าธรรมะวัยรุ่น ผม ก็แปลกใจซิครับ ว่า ธรรมะวัยรุ่น อื่ม สเปสเล้กๆของผมขึ้น ก่อนใครเลยเหรอ จริงๆอย่างนั้นครับ ผม ลองไป พิมคำว่าธรรมะวัยรุ่นในกูเกิ้ลดู สเปสผมขึ้น อันแรกจริงๆ ผมเห็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกดีนะครับ ตอนแรกคิดว่า สเปสนี้ทำไว้ให้เพื่อนๆ ที่รู้จัก กันเข้ามาอ่าน แล้วตอนหลังไม่ค่อยมีแล้วผมก็กะว่าจะเอาไว้เขียนสบายๆ ดูบาง เพราะหลังๆมา เขียนเองอ่านเอง แต่วันนี้ผมไปเชคดูครับ ว่ามีเพื่อนๆที่ผมไม่รู้จักเข้ามาดูเยอะเลย ผ่านทางกูเกิ้ล ผลก้เลยดีใจครับ ที่สเปสผมเป็นประโยชน์กับทุกท่าน และยินดีมากๆด้วย
สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจนะเป็นกำลังใจให้ผมทำในสิ่งที่ผมรักต่อไป เพราะผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์ เหมือนงาน รายการทีวีที่ผมทำอยู่ก็เช่นเดียวกัน ผมทำเป็นการกุศลครับ เดือนหน้าผมไม่รับเงินแล้วผมทำด้วย จิตที่เป็นกุศลที่จะทำจริงๆ ผมสัญญาครับ ว่าจะตั้งใจเขียนบทความ ให้ดี และทำรายการ ตัวนี้ออกมาให้ดีที่สุดครับ ขอบคุณทุกคนครับ May 21 เป็นเรื่องธรรมดา........เอาละครับ วันนี้ผมคิดอยู่นานว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี พอดีชาวงนี้ผมทำธุรกิจอยู่ครับ แล้วมันก็อยู่ในชาวงที่กะละโอเค ถึงดีมาก ขอย้ำอีกทีนะครับ ว่าธุรกิจไม่ใช่งานประจำ เพราะฉะนั้น ต่างกันอย่างสิ้งเชิงครับ เมื่อพูดถึงธุรกิจ ทุกสิ่งทุกอย่างย่อม ไม่เหมือนที่คนทั่วๆไปสาวนใหญ่คิด เพราะโดยส่วนใหญ่ คนบนโลกจะเป็นลูกจ้าและทำงานประจำมากกว่า วันนี้ธุรกิจของผม เริ่มต้นได้ดีและกำลังเดินไปในทิศทางที่ดีมาก ผมไม่พูดถึงรายได้นะ เพราะ มันคือธุรกิจไงครับ.......ที่ผมไม่พูเดเรื่องเงินเพราะว่ ธุรกิจไม่ใช่ งานประจำ นักธุรกิจก็เช่นกัน ไม่ใช่คนกินเงินเดือน เพราะฉะนั้นมันต่างกันตรงที่ มุมมอง ของคนที่ทำงานแล้วได้เงินมา ทุกเดือนๆ เนี้ย เค้า จะเห็นเงินเป็นอันดับแรก คือพุดแรงหน่อยก็ทำงานเพื่อเงินครับ แต่ธุรกิจต่างกันตรงที่ไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน แต่ทำงาน เพื่อสร้างระบบเครือข่าย เพื่อที่จะให้ระบบนั้นทำงานเพื่อเงิน แทนเรา ต่างกันนะครับ
วันนี้ผมเห็นคนที่ล้มเหลวในธุรกิจ ในแบบที่ผมทำออกมาดวยวายอยู่เป็นจำนวนมาก ผมไม่สนใจครับ เพราะคนเหล่านั้น ถึงจะมีเหตุผลมากมายเพียงใด แต่ ผมเชื่อว่าคนเหล่านั้น ทำ ในมุมมอง ของมนุษย์เงินเดือนครับ ทำเก่งแค่ไหนก็สร้างระบบเครือข่ายไม่ได้อยุ่ดี ต่างกัน งานของนักธรุกิจ กับ ลุกจ้างต่างกันคนละขั้วอ่ะครับ
เหมือนมนุษย์ นั่นเหละ ไม่เข้าใจหลักธรรม เมื่อปฏิบัติ ไปเพื่อมรรคผลนิพานเมื่อไม่สำเร็จ ก็ หาว่าพระนิพานไม่มี คนแบบนี้มีเยอะครับ แม้แต่ในสมัยพุทธเจ้า เอง ยังมีคนมาด่าพระองค์ อยู่ตั้ง 7 วัน แต่พระองค์ท่านก็ไม่ตอบโต้ ผมคิดว่าวันนี้ สิ่งที่มีค่ามากมาย อย่างศานนา หรือธุรกิจเอง มันเป็นสิ่งที่เรามีโอกาส ในการ เปลี่ยนแปลงชีวิตที่จะทำให้มันไม่เหมือนเดิม เราก็ควรจะลองดู แต่ลองดูแล้วต้องใช้ปัญญา เข้าไปให้ถึงแก่นแท้ของมันนะ ปฏติบัตธรรม ก็ต้องเข้าใจแก่นแท้เสียก่อนว่าคืออะไร การทำธุรกิจก็ต้องเข้าใจเสียก่อนเช่นกัน
ความสุขในทางธรรมนั้นมีอยู่จริง แต่มันเป็นนามธรรม ไม่อาจสัมผัสได้ด้วย กายเนื้อ หลายคนจึงไม่เชื่อและไม่ให้ความสำคัญ ทั้งๆ พระอริยเจ้า ก็ยังมีให้เห็นอยู่มากมาย แต่คนเรามัก มองแค่จุดหมาย แต่ไม่เคยเห็นวิธีการ วันนี้คนส่วนมาก มองจุดหมายแต่ ไม่ยอมเปลี่ยนวิธีการ พระอริยเจ้า ท่านคิดอย่างไร ทำอย่างไร ดำเนินชีวิตอย่างไร แล้วคนเหล่านี้ดำเนินชีวิตอย่างไร คิดอย่างไร ทำอย่างไร มันต่างกันครับ เพราะ ฉะนั้น เมื่อเรา
คิดที่จะบรรลุธรรมเราก็ ต้อง มีวิธีคิดวิธีปฏิบัติ ที่มันตรงตามหลักที่พุทธองค์ สอน บางคนพูดแต่ปาก แต่จิตแต่ใจยังเป็นเหมือนเดิม แล้วสุดท้ายพอไม่สำเร็จ ก็กล่าวว่า นิพานไม่มีจริง ไปเสียงอย่างนั้น
เหมือนธุรกิจของผมเลย คนสำเร็จมีไม๊มีครับ แต่คนที่เค้าสำเร็จเค้า ก็มีวิธีคิด วิธีทำ ทัศนคติ ที่ทำให้เค้าสำเร็จ แล้ววันนี้ คนทั่วๆไปที่อย่างสำเร็จ บ้าง มีหรือยัง หรือว่าวันนี้ เราคิดว่าเข้ามาแล้วต้องสำเร็จ ทั้งๆที่ความคิด ทัศนคติและการกระทำ ยังเป็นเหมือนเดิมๆอยู่ แล้วพอไม่ได้ดังหวังก็ด่าว่า....... เป็นธรรมดาของโลกครับ ที่คนส่วนใหยาจะเป็นเช่นนี้
พุทธองค์ ตรัสรู้มากว่า 2500 ปี มีคนบรรลุธรรมไม่ถึงแสนเองครับ ..........
March 28 ความต่าง....ความคืบหน้ากับการเป็นเจ้าของธุรกิจครั้งแรกของผม ประสบความสำเร็จแล้วครับ โดยได้ความอนุเคราะห์จากญาติธรรม และก็ครอบครัว นำเงินมารวมกัน จนสามารถสรา้งธุรกิจของผมในครั้งนี้ได้ ต้องขอบคุณ ทุกคนเลยจริงๆ มีหลายคนถามผมว่าทำแบบนี้ไปทำไม เหนื่อยเปล่า เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้นี่เหละ ครับ ความแตกต่างระหว่าง คนทั่วไป กับ คนที่พิเศษ มันต่างกันตรงที่ คนทั่วไป รอจนแน่ใจว่าจะไม่มีความผิดพลาดเลย ถึงกล้าที่จะทำ แต่คนที่พิเศษ นั้น กล้าที่จะทำอะไรๆ เลย โดย ให้เหลือความเสี่ยงน้อยที่สุด ดังนั้น เราถึง เห็นคน ทั่วๆ ไปก็ยังมีชีวิตเดิมๆ ไปตลอด เพราะ รอวันพรุ่งนี้ที่ไร้ความเสี่ยง จะมาถึง แต่คำตอบที่ได้คือไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับคนแบบนี้ เราถึงเห็นสัดส่วน ความต่างกันมากระหว่าง คนพิเศษ กับคนทั่วๆไป ที่มีอยู่มาก มันก็เหมือนกับการปฏิบัติ ธรรมะ ไม่มีคำว่าพรุ่งนี้อีกเช่นกัน เื่มื่อ กิเลสมาจ่อคอ เมื่อ มี นิวร์ เมื่อมี ความทุกข์ พระอริยะ ก็เร่งปฏิบัติ เพื่อ อยู่เหนือมัน เมื่อเราบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยปฏิบัติ วันนี้เหนื่อยแล้ว .... ก็ไม่มีวันพรุ่งนี้สำหรับ คนประเภทนี้เ่ช่นกัน ไม่มีพระนิพาน สำหรับ คนทั่วๆไป คนที่จะบรรลุธรรมนั้นมีน้อย เพราะ คนที่จะบรรลุธรรมได้ก็ต้องเป็นคนที่ไม่เหมือนคนทั่วไป มีแนวคิด มีปัญญา ที่ต่างกับคนทั่วไป วันนี้ถ้าเราหวัง เราต้องการในสิ่งที่หวัง หวัง ในสิ่งที่ คนพิเศษๆ เขามีกัน ไม่ว่าทางโลกทางธรรม แต่ถ้าวันนี้ เรายังง มีแนวคิด เรามี ทัศนคติ มีวิถีการดำเนินชีวิต ที่เหมือนคนปรกติทั่วไป เราก็ไม่มีทางที่จะ ได้ ในสิ่งพิเศษๆ เหล่านั้น ถ้าพระอานนท์ ไม่วิริยะที่จะบรรลุธรรม ถึงขั้นไม่หลับไม่นอนหลายวัน พระอานนท์ ก็คงจะไม่รู้วิธีการปล่อยวางเช่นกัน March 25 จุดหมายปลายทางสวัสดีครับ เืพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ วันนี้เป็นวันที่ผมเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว เรียนจบแล้ว มีงานทำ ไม่ได้ขอเงินพ่อ แม่ อีกแล้ว ตอนนี้ผมมาใช้ชีวิตอยู่ ที่ กทม ครับ มาหาประสบการณื มาเดิน ตามทางสายอุดมการณ์ ของตนเอง ผมทำงานอยู่ ที่ธรรมะ ทีวีครับ เป็นงานการกุศล แต่ก็มีรายได้ที่สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ในกทม .... ผมโชคดีนะครับ ที่มีโอกาสได้ทำบุญครั้งใหญ่โดย การให้ธรรมะ เป็นทานแก่ผู้รับชมช่องนี้ งานของผมที่นี่จึงเต็มไปด้วยความสุข หลวงพ่อเองก็คงจะดีใใจเช่นกันที่เห็น ลุกศิษ คนนี้ทำงานที่รับใช้พระศาสนา แต่ ทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนมีแง่มุม ครับ ความฝันอันสูงสุด ในชีวิตนี้ นอกจาก จะหาหนทางแห่งความดับทุกข์ให้แก่ตนเองแล้ว ผม อยากที่จะ เผยแพร่สัจธรรม นี้แก่สังคมด้วย นอกจากวิธีทพื้นฐานี่ผมใช้ในงาน กากุศลที่ช่องแห่งนี้แล้ว ผมอยากสร้างธรรมะในภาคปฏิบัติให้เกิดขึ้น กับ สังคมด้วย เหมือนกับที่ผมได้รับ จากวัดแพร๋ธรรมมาราม ผมเคยเห็นเด็กๆ ที่มหาลัย ลุ่มหลงกับการ เข้าสถาบันเทิง มีสุข มีทุกข์ ก็เข้าสถานบันเทิง แต่กลับไม่มีใครเข้าวัด เลย ทั้งที่ในสมัยก่อน คนไทยกับวัดนั้นแยกกันแทบไม่ออก จนเดี๋ยวนี้ วัด กับ สังคมเริ่มแยกห่างกันไปแล้วครับ สิ่งที่ผมอยากทำ ก่อนจะจากโลกน้ไปคือ การสร้างวัด สาขาของวัดแพร๋ธรรมาราม ให้อยู่ บริเวณ มหาวิทยาลัย วัดในประเทสไทยมีเยอะครับ แต่วัดที่เหมือนวัดแพร่นั้นมีน้อยมาก ยิ่งอยู่ใกล้กับ ชุมชนด้วยแล้ว แทบไม่มี ดารสร้างวัดแพร่ไม่เหมือนกับ วัดทั่วไป ที่วัดทั่วไป คือวัดที่มีแต่ โบส วิหาร เจดีย์ สิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุ เข้าถึงยาก แต่สิ่งที่วัดแพร่มี ก็คือ สถานที่ปัติบัติธรรม ครูบาอาจารย์ ที่จะเป็นที่พึ่ง ให้คำปรึกษา แก่ คนที่ตกทุกข์ได้ยาก ทางจิตใจ เป็นที่ฟื้นฟูจิตใจ ในวิถีที่ผมเคยสัมผัส เป็นสถานที่ฝึกอบรมจิตใจ สำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งวัดแบบนี้มีน้อยมากในประเทศไทย และวัดแบบนี้ที่อยู่บริเวณชุมชนที่เินทางสะดวก ก็มีน้อย ถ้าเป็นไปได้ ผมอยาก ซื้อที่ ดิน บริเวณ ไม่ใกลจากมหาลัยเท่าไหร่ สร้างวัดถวายหลวงพ่อ ผมอยากเริ่มจากมหาวิทยาลัย ที่ผมร่ำเรียนมาเป็นที่แรก เพื่อที่จะแข่งขัน กับร้านเหล้า ที่ทำให้เด้กๆ ในมหาลัยลุ่มหลง เสียการเรียน เสียตัว เสียอนาคตไปมาก ถ้ามีที่พึ่งแบบอื่น ที่ทำให้เด็กๆ เหล่านี้ สังคมไทยก็จะดีขึ้น เพราะรากเหง้า ดีสังคมย่อมดีตามไปด้วย นี่ถึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่ผมจำเป็นต้องศึกาาธุระกิจ ทำงามเสริม นอกจาก งานหลัก งานประจำ ที่ต้องเผยแพร่ศาสนา ขอองค์พ่อ แม่ครูอาจารย์ โปรดเข้าใจ และช่วยเหลือลูก คนนี้ด้วยเถิด ไม่ใช่ว่าผมต้องการทรัพย์สินเงินทอง ผมเข้าใจดี ว่าความสุขในชีวิตผมคืออะไร แต่ถ้าผม สบายไปเสีย แล้วสังคมยังย่ำแย่ ผม คงเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากคนหนึ่ง วันนี้ผม จะทำหน้าที่ในการแผยแพร่ สัมมาทิฐิ ในช่องธรรมะทีวีสู่สังคมให้มากที่สุด แล้วอีกแง่หนึ่ง ผม คงต้องสร้างธุรกิจ จากคุณธรรม เพื่อนำเงินกลับสู่สังคม โดยมีวัดแพร่เป็นศูนย์ญกลาง อนุโมทนา ครับทุกคน January 15 เกิด ดับ เกิด ดับ เกิด วันนี้มีความสุขความสบายใจดีมากครับ เพราะ รู้วิธีอยู่กับปัจจุบัน
รู้อยู่กับปัจจุบัน ความทุกข์ ในอดีต ความ กังวลใจในอนาคต มันเลยไม่มี
อาหารมาหล่อเลี้ยง จนมันแห้งเหี่ยวตายไปแล้วมั้ง
ความทุกข์ตอนนี้มีกำลังน้อยมากกว่า สติ ที่อยู่กับปัจจุบัน ขอบคุณ
หลวงพ่อเทียน ขอบคุณพระอาจารย์ไพลศาลที่สะกิตต่อม ปัญญา
สะกิตธาตุรู้ในครั้งนี้ครับ วันนี้มีความสุขจากการปล่อยวาง
ความสบายใจเกิด ก็คิดขึ้นได้ว่า ชีวิตก็งี้เหละ มีสุข มีทุก เมื่อวาน สุข
วันนี้ทุกข์ สลับกันไป เมื่อก่อน ยังมีติดสุขบ้าง
เมื่อเจอทุกข์ก็มองย้อนกลับไปหาความสุข จริงๆ แล้ว มันเกิดดับตลอด อยู่ที่
ว่าวันนี้เจอความสุข แล้วรู้จักปล่อย ปล่อยเลยจะได้เปา พอความทุกข์เกิด ก็
จะได้สบายเพราะ ความสุขยังปล่อยได้ แล้วทำไมความ ทุกข์จะไม่ได้ล่ะ เกิดดับ
เป็นสัจจธรรม เมื่ออยู่กับปัจจุบัน
ก็จะรู้วิถีของสิ่งเหล่านี้เราก็ปล่อยง่าย สบายเบา มีความสุขสงบตลอด
เช่นนั้นเอง ข้อคิดคมธรรม สวัสดีปีใหม่ครับ เพื่อนๆ ทุกคน ปีนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆ
ให้ให้มีปัญญาในการเข้าใจโลก กันทุกท่านนะครับ วันนี้ เป็นวัน ที่ง่ายๆ
สบายๆ วันหนึ่ง กับการปฏิบัติงาน ที่ มูลนิธิรวมใจเผยแพร่ธรรมะ หรือ
ช่องธรรมะทีวี แต่ก็มีปัญหาบ้าง ตามสมควร ของการปฏิบัติงานในทางโลกๆ ช่วง
ปีใหม่ ที่กลับบ้าน ได้มีโอกาศไปกราบพระอาจารย์ ที่ วัด
และก็ได้นำเรื่องนี้ เรียนให้ท่านทราบว่า ผมได้ทำงานเผยแพร่ธรรมะ
อยู่ที่ช่องแห่งนี้ หลวงพ่อท่าน ดีใจใหญ่ ผมก็ปลื้มใจครับ หลวงพ่อ ท่าน
ว่า งานนี้เป็นงานเสียสละ เสียสละ เพื่อพระพุทธ ศาสนา ผมก็เรียนท่านว่า
งานที่นี้ไม่เหนื่อยครับ เพราะเราตั้งใจทำ เรารักงานนี้ เราทำเพื่อ
ช่วยศาสนา ไม่แสวงหากำไร การทำอะไรด้วย ความเสียสละ เอาความเสียสละ
เพื่อส่วนรวมเป็นที่ตั้งเช่นนี้ มันก็สบายใจจริงๆ หลวง
พ่อเน้นย้ำครับ ว่าต้องเสียสละ การทำงาน ในการเผยแพร่
ธรรมะ หรือ งานอะไรก็ตามความเสียสละ ต้องนำหน้า ความเห็นแก่ตัว
ต้องนำหน้า เราทำงานด้านนี้ เราต้องมอง ไปให้ลึก ว่า จริงๆ แล้วช่อง
เกิดขึ้น เพื่อ จุดประสงค์ใด เพื่อเผยแพร่ศาสนา แล้วศาสนา ช่วย
ทำให้คนพ้นทุกข์ แล้วจะพ้นทุกข์ได้อย่างไร ก็ต้อง เน้น ที่อริยสัจ 4
ให้ผู้ชมได้เห็นความจริง ความเทียงแท้แน่นอน ของชีวิต เข้าใจชีวิต แบบนี้
วันนี้เราต้อง ย้อนถาม กันดูว่า วิธีที่เราใช้
ในการเผยแพร่ศาสนธรรมนั้น มันทำให้คนเห็น สัจธรรมบ้างรึยัง รึว่า
ฟังธรรมได้เดี๋ยวเดียว แล้วเห็นหลังไว้ นั่น ไปกินเหล้า ไปด่า คนอื่น อยู่
ยังเห็นแก่ตัวอยู่ รึเปล่า ธรรมะ ที่แท้ มันอยู่ ตรงนี้ ตรงที่ว่าผู้
รู้ก็รู้ได้เฉพาะ ตน แต่วันนี้ เราเผยแพร่กัน ผมว่าไม่น่าจะถูก
แก่นเท่าไหร่ มันไปถูกเปลือก เสียมาก การพูดธรรมะ ในคนฟัง
แล้วปฏิบัตินั้น คือแก่นที่แท้จริง การทำสื่อ แล้วคนคิดที่อยากปฏิบัต
นั้น คือ สิ่งที่แท้จริง ผมมีโอกาส ได้ทำบุญที่นี่
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำถึงเมื่อไหร่ ผมมีโอกาศ
ที่ดีในการทำสังคมนี้ให้เป็นสังคมแห่งปัญญา ผมมีโอกาศ
ที่มาพร้อมกับอุปสรรค ขอคุณอำนาจพระศีรัตนไตร ช่วยดลบรรดาล พรอันประเสริฐ
ในการจุดแสงเทียนแห่งปัญญา ให้ผมได้มีโอกาส ทำ ในสิ่งที่ถูกที่ควร
ที่เป็นประโยชน์ เป็นปัญญา กับสังคมแห่งนี้ด้วยเทอญ January 10 วิบากกรรมของธรรมะ เมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา หลวงปู่มัน หรือ พ่อแม่ครูอาจารย์ สายพระป่า วิปัสนากรรมฐาน ได้ฝืน พุทธธรรมนายที่ว่า หลังจากสิ้น ตถาคต 2500 ปี จะไม่มีพระอริยเจ้าบนโลก นี้ หลวงปู่ ซึ่ง เป็นพระ ที่เด็ดเดี่ยวได้วางรากฐานของพระปฏิบัติ ขึ้นมาอย่างเข้มแข็ง จนได้เกิด พระอริยเจ้า ตามมาในรุ่นหลัง อีกหลายองค์ เป็นการฝืนชะตาพุทธธรรมนายอย่างอาจหาญ ที่สุด ปัญจุบัน สิ้นหลวงปู่ มั่นไปแล้ว แต่ประเทศไทยก็ยังมีพระอริยเจ้าลูกหลานหลวงปู่ อีกมากมาย ที่คือต่อสู่กับมารที่จะทำให้ศาสนาเสื่อม อย่างเช่าแน้วปฏิบิต ขององค์พ่อแม่คณูอาจารย์ พระอาจารย์กัณหา ที่ท่านเมตตา สร้างข้อวัตรปฏิบัติ ในทางที่จะ เข้าถึง มรรคผล นิพาน โดย คงไว้ซึ่ง หนทางแห่งอริย มรรค อย่างแท้จริง ท่านได้ขยายสาขา ของวัด ท่านที่เป็นแบบอย่างแก่ วัดที่ควรจะเป็นไว้อย่างมากมาย
แต่ชะตาไม่สู้ฟ้าลิขิต วันนี้สังคมไทย เริ่มมีเค้ารางแห่งการห่างหายจากอริยเจ้า เข้าทุกทีๆ ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ ว่าเราจะฝืนกระแสโลก ไหว ดังที่องค์ หลวงปู่มั่นเคยปฏิบัติ มา มารได้เกาะกินจิต ใจขอผู้คนในทุกที่ และตอนนี้กำลังเป็นไปดังพุทธทำนายที่ ว่า ศาสนาจะเสื่อมลง ทุกทีๆ พระในเมือง เริ่มไม่ใช่พระ เริ่มเป็นคน ในผ้าเหลือง คนดีไม่ได้รับการยอมรับในสังคม โดนขัดแข้งขัดขา จนไม่สามารถทำความดีได้ คนชั่วได้รับการเชิดชู แม้แต่ ในสถานที่ ที่เป็นหัวหอกในการเผยแพร่ศาสนา อย่างสื่อ สีขาว ของศาสนาเอง ก็ยังมีมาร เข้ามาเกาะกิน บ่อนทำลาย โดย ที่เขาเหล่านั้นก็ไม่รู้ตัวว่า กำลังถูกมาร หลอก ใช้ให้ทำลายพุทธศาสนาอยู่ เห็นแล้วช่าง สลดสังเวช แทนชะตากรรมของพุทธศาสนา....... ผมสู้อยู่ สู่เพื่อให้สังคมได้เห็น สิ่งดีๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ สู้เพื่อฝืนชะตา สู้ให้สมกับความตั้งใจ ที่ลงมาแล้ว ต้องทำให้ได้ อย่างที่เคย ให้สัญญา กับตัวเองไว้ แต่เมื่อถึงเวลา ที่สมควร ถ้ามันแย่ไปกว่านี้ ผมคงต้องถอย กลับไปกราบเท้า พ่อแม่ครูอาจารย์ อุปถาฐ รับใช้ กิจการของวัด ซึ่งเป็นสัง คมเล้กๆ ที่ยังหลงเหลือ ความเป็นอริยเจ้าอยู่ ผมคงไม่ไหว ถ้าจะ ทนกับรูป ที่เป็นอริยะ แต่ภายในมีแต่มารก็คงไม่ไหว เช่นกัน
ขอบารมีองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ ได้คุ้มครอง ช่วยเหลือ ความตั้งใจ ในการ ช่วยพระพุทธศาสนา ให้ถึงที่สุด ในครั้งนี้ด้วยเถิด ......... January 09 เดินเล่นๆไปเหยียบขี้หมาคนเราทุกคนเกิดมามีความเคลียด ด้วยกันทุกคนไม่มากก็น้อยแตกต่างกันไป วันนี้ผมเองก็เจอเรื่องทุกครับ เจอ มันเป็นปรกติ สำหรับชีวิตทำงาน บางที การไม่เข้าใจกันของผู้ร่วมงานก็ทำให้เรามีความเคลียดกันขึ้นมาได้ วันนี้ผมมีปัญหานิดหน่อยครับ พูดตรงๆ เลย แต่มันก็เป็นเรื่องแปลกนะ ที่ความเคลียดเกิดขึ้น อารมณ์เรามันก็เหมือนเดิม คือเศร้า หมอง หงุดหงิด เครียดทีไรก็จะเป็นแบบนี้ ผม ว่าเป็นกันทุกคน อารมณ์แบบนี้ ทั้งที่เรื่อง ที่ทำให้เครียดนั้น มันแตกต่างกัน ไม่เหมือนกันเลย ต่างกำ ต่างวาระ แต่ มัน ทำให้เกิด อารมณ์ แบบเดียวกัน .......... ถ้าคิดให้มันเบื่อมันก็น่าจะได้นะ......
วันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนเรื่อง ความเครียดโดยตรง แต่ว่าจะพูเเรื่องปล่อยวาง เพราะ เรื่องเครียดทำให้ ผมหาหนทางที่จะออกจาก ความเครียด ตอนแรกก็ว่า จะเขียนละบาย หรือเล่า เรื่อง ที่ประสพพบเจอให้คนอื่นฟัง แต่มาคิดๆ ดู เดินไปเดินมา ผมก้มไปเห็นขี้หมาเข้า ผมว่าความเครียดมันเหมือน ขี้หมา ที่ตัวเราเผลอ ไปเหยีบเข้า เหยีบปุ๊บ ก็เหม็นติดเท้าซิครับ ทำไง ก็เช้ดออก สะอาดบ้างไม่สะอาดบ้าง แล้วแต่ มัน ผมเครียด ก็เหมือน เหยีบขี้หมานั่นเหละครับ ต้องหาทางละบายออก โดย การ พูดให้คนอื่นฟังบ้าง เขียนลงไดรอารีบ้าง หลายแบบ ก็เหมือนเหยีบขี้หมาบางคนเอาเท้าถูๆ กับพื้นในทันทีเลย นั่น ยิ่งทำให้เลอะไปใหญ่ บางคนเอาผ้าเช็ด ก็สะอาดหน่อย มันคลายกับ วิธีหาทางออกขอแต่ละคนที่ เวลาพอเจอเรื่องเครียด ว่าจะมีวีธี กำจัดออกอย่างไร ิธีที่ถูกก็ดีไป วิธีที่ไม่ถูกก็ทำให้เลอะไปใหญ่
การปล่อยวาง ........ ในสถาน ณการแบบนี้ ไม่ใช่การเดินเหยีบขี้ครับ แต่เราต้องระวังมีสิตไม่ให้เหยีบมันเลย เห็นก็รู้ รู้แล้วเดินหลีก อย่าไปเหยียบมัน แต่ถ้าบังเอินเหยีบ ก็ หาวิธีเช็ดออกที่มัน สะอาดหน่อย ไม่ใช่เลอะกันไปใหญ่.......... December 13 อิสระภาพ หมาๆวันนี้ฝึกงาน ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ครับ เพราะเป็นไข้ แย่หน่อย ...... ที่ทำงานที่นี่ดีอย่างนึงนะครับ เพราะ ที่นี้ให้อสระในการทำงานเต็ม ที่ระบบ คล้ายๆฝรั่งนั่นเหละ แต่ ด้วยความที่เพิ่งเข้ามารึเปล่าก็เลยยังไม่รู้ระบบอย่างถ่องแท้ ผมคิดว่า ระบบที่ดี คือ การให้อิสระเต็มที่ในการทำงาน แต่สุดท้ายแล้ว ต้องมีงานออกมา พูดง่ายๆ คือการมีอิสระบนความรับผิดชอบ คนที่มีความอิสระ ต้องมีความรับผิดชอบด้วย จึงจะเป็น อิสระถาพที่ถูกต้อง เหมือน หมาน่ะ มันมีอิสระไปไหนมาไหนก็ได้ เต็มที่ทำอะไรก็ได้ แต่พอมันอยากเห่ามันก็เห่า มันอยากขี้มันก็ขี้ สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น นี่แบบนี้อิสระไม่จริง
อิสระแบบหมาๆ
สำหรับอิสระของคนนั้น มันมีระดับ ตรงที่เรามีความรับผิดชอบ มีอิสระในทางความคิดดิดอะไรออกมาก็ได้ แบบไหนก็ได้ ไม่ควบคุม ็้ก็ต้องมีความรับผิดชอบ กับสังคม คือ ไม่คิดอะไรที่มันทำให้สังคมเสื่อมลงเลวลง แบบนี้ซิถึงเป็นอิสระที่ถูก อิสระ ที่คนเราเรียกร้องกัน นักหนา นั้น ลองย้อนกลับไปถามตัวเองกันดูนะครับ ว่า เราเรียกร้องอิสระแบไหนกันอยู่ อิสระของ หมา หรือ คน December 11 สัจธรรม...วันนี้ตั้งแต่มาฝึกงานก็คิดอะไรดีๆได้หลายอย่าง การทำงานที่ให้ธรรมะกับผู้อื่นเป็นทานนั้น มันมีผลตอบแทนที่ เค้าเรียกว่า ปัญญา นี่เอง
มาอยู่ กทม ดูเหมือนชีวิตเป็นอิสระดี อิสระจากโลก ตอนแรก คิดว่าจะวุ่นวายแต่ก็วุ่นวายในช่วงกลางวันเท่านั้น งานที่ทำ เราได้ใกล้ชิตศาสนา ได้มีโอกาสพบพระผู้ใหญ่มากมาย นับเป็นโอกาสอันดีมากมาย
ที่นี่เราคิดอะไรได้มากขึ้น ได้เห็นศาสนานในมุมมองต่างๆมากมาย หลายรูปแบบที่เราเคยสัมผัส วันนี้ มันทำให้ผมเข้าใจว่า ความสุข ที่คนเราประพฤติกันอยู่นั้น มันมีทั้งหยาบทั้งละเอียด หลายกหลายระดับ ความสุข เล็กๆน้อยๆ ทางหูตาจมูกปาก นี่ เรียกว่าความสุขอย่างหยยาบ ความสุขที่สูงขึ้นมาหน่อย ที่เรียกว่าความรักนี่ความสุขอย่าละเอียด
มันเหมือนกินเหล้า ที่คนธรรมดา กินเหล้าขาวรสชาติรุนแรง คนชั้นสูงกินเหล้า วิสกี้ รสชาติละเอียดอ่อน มันต่างกัน ที่วิธีการแห่งความสุข แต่มันก็คือเหล้าเหมือนกัน ดื่มแล้วเมาเหมือนนกัน มันต่างกันที่ว่า คนกินเหล้า ขาวรสรุนแรงนั้นเป็นยาจก แต่คนกินเหล้า วิสกี้ รสนุ่มคือ ชนชั้นสุง
คือบางที่ เราอาจมองว่า ความรักสูงส่ง สวยงาม เรายกย่องคนที่ ให้ความสำคัญกับความรัก ว่าเป็นคนที่ประเสริฐ เรากลับดูถูกดูแคลน คนที่หวังเพียงสัมผัสภายนอก หรือเรื่อง เซ็ก เท่านั้นว่าเป็นคน ไม่น่าคบน่ารังเกียจ มันเหมือนเหล้า 2 ชนิดนั่นเหละ ความรัก ก็ยังคง เป็นเรื่องของการยึดติด ยึดมั่นถือมั่น แต่เพียงแค่ว่ามันละเอียดกว่า มันสวยงามกว่าเท่านั้น แต่มันก็ยังคงเป็นเรื่อง ที่ยังยึดติดเหมือนกัน เป็นเรื่องที่ยังยึดมั่นถือมันเหมือนกัน.........
วันนี้ ผมหันหลัง กลับมามองตัวเองอีกครั้งก่อนที่จะเดินหน้าต่อไปด้วย ความคิดที่เฉียบแหลมกว่าเดิม ว่า ให้ระวังความยึดมั่นถือมั่นที่มันละเอียดๆ ให้ได้ เพราะมันดูยากกว่า เรื่องที่หยาบ เหล้าวิสกี้ชั้นดี เมื่อไอยู่ในมือชนชั้นสุง แทบไม่ได้รับการต่อว่าเลย..... เมื่อ เรารุ้เรื่องที่ละเอียดได้ ลดได้ ละได้ มุ่งไปสู่จิตที่สะอาดอย่างแท้จริง ไม่ยึดมั่นถือมัน ในสังขารทั้งปวง เป็นไปเพื่อละวางตัวตน เห็น อะไรๆ เป็นไป ตาม ความเป็นจริง ว่าอะไรๆ ก้ไม่เทียง เหมือนคิดจะดื่มเหล้า ไม่ว่าเหล้าจะ ชั้นเลิสขนาดไหนมันก็ทำให้เราเมาได้ ถ้าจะไม่เมาคือไม่ดื่มเลย ทั้งเหล้าที่เลว และเหล้าที่ดี จะมีความสุขอย่างแท้จริงก็เช่นเดียวกัน เราต้องวางให้หมดทั้ง ดี และ เลว คือ ไม่ถืออะไรทั้งนั้น November 02 ธรรมะเล็กๆ........ตอน ที่ว่างบนรถเมย์ มาทำงานครับ แอบอัพ ไม่ค่อยมีเวลาเขียนยาวๆ เอาเป็นว่า ทำงานที่นี่ผมสบายดีแล้วกันครับ ไม่ต้องเป็นห่วง.... วันนี้อัพธรรมะเล็กๆแล้วกัน คือ อยู่ กทม ครับ นั่งรถเมย์ทุกวัน มันก็เป็นหน้าที่ของผู้ชายนะครับ ที่จะ เสียสละเก้าอี้ให้กับ คนแก่ เด็ก และผู้หญิง ได้นั่ง แต่ผมก็รู้สึกเขิลทุกครั้งที่ พอลุกขึ้นแล้ว คนที่ยืนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนแก่ หรือเด็กไม่ยอมนั่น เหอะๆ บางทีก็สองจิตสองใจ ว่าจะลุกดีรึเป่าน้ออออ เป็นงั้นไป ผิดกับการที่นั่งในทำเลที่ เข้าออกยาก ก็จะ ไม่ค่อยลุกกันเท่าไหร่เพราะมันออกยาก ถึงจะมีคนแก่เด็ก เค้าก็จะไม่เข้ามาอย่างแน่นอน ครับ ที่แบบนี้พอนั่งแล้วสบายใจครับ เพราะมันไม่ต้องเสียสละ ที่แบบนี้ก็เช่น เก้าอี้ข้างหน้าคนขับ หรือที่ริมหน้า้ต้างที่มีคนนั่งทางออกอยู่ หรือ ที่เบาะหลังสุดตัวริมเป็นต้น ....... ครับการที่นั่งที่ลักษณะนี้บนรถ ถือว่า สบายครับ แต่สิ่งที่เราจะไม่ได้ก็คือ ความเสียสละครับ คือ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความเสียสละนะ แต่ โอกาสในการเสียสละมันไม่เอื้อ เท่านั้นเองครับ ผิดกับที่นั่ง ปรกติที่ลุกออกสะดวก ที่แบบนี้พอมีคนแก่ เด็ก ผู้หญิงขึ้นมา เราก็เสียสละลุกทันที ......... ต่างกันครับ ผมอดมามอง ที่หลักธรรมไม่ได้ว่า การที่เรามีโอกาสเสียสละ ก็เหมือนเราเกิดเป็นมนุษย์ นี่เหละ มีโอกาสบรรลุธรรม อยู่ที่ว่าจะเสียสละให้คนอื่นนั่งรึเป่า ก็เหมือนกัน ว่าเราจะบรรลุธรรม รึเป่าจะสนใจรึเป่า เมื่อมีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์แล้ว ผิดกับ การเกิดเป็นเทวดา ที่ สบายก็จริงแต่ไม่มีโอกาส ไม่ได้ มีโอกาส ที่จะเสียสละแม้จะ อยากทำแค่ไหน บารมีมันอยู่ที่จังหวะด้วยครับ เมื่อมีจังหวะแล้ว ก็อยู่ที่ใจอีกครับ ว่าจะสามารถรึเป่า วันนี้ทุกคนที่ยังมีโอกาส อยู่รีบทำเสียนะครับ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส ธรรมะสบายๆ ที่ช่อง ธรรมะทีวี อย่าลืมติดตามชมกันนะครับ ทางยูบีซีหรือ เคเบิล หรือเว็ปไซ ของยูบีซี มาติดตามธรรมะ ที่ผมฝึกงานกันว่าน่าสนใจขาดไหน ไปทำบุญก่อนครับ ธรรมทาน....... October 27 คุณครูของฉัน ดีครับ เพื่อน ผมหายหน้าหายตาไปนานเลย ไม่ได้เพราะว่าไม่ใส่ใจ แต่ ....... มันไม่มีจังหวะที่ลงตัวครับ ตอนนี้ผมอยุ่ ที่ กทม รอฝึกงานวันจันทร์ วันนี้ เลยว่างมานั่งอัพสเปส
ร้านเน็ต ก่อนมาฝึกงานผมมีโอกาสได้ ไปเข้าค่ายลูกเสือมา คืครูทุกคนต้องไปเข้าค่ายนี้เพื่อที่จะสอนลุกเสือได้ ตอนแรกๆผมก็ไม่ยากไปครับ เพราะ ติดเรื่องฝึกงานนี่เหละ แต่ก็พอคุยกะพี่เค้าเลื่อนวันออกไปได้
ก็เลยไปเข้าค่ายนี้ ก็ผมไมได้เป็นครูครับ เลยไปเที่ยวนี้ก็เพื่อ เพื่อนๆครับ ก็จะแยกยายกันแล้ว ก็ ยากครับที่จะได้รวมตัวกันอีก ไปคราวนี้ได้อะไรมากกว่าที่คิดครับ คือผมเป็นบุคลหนึ่งในค่าย ที่ทำตัวมีปัญหา เหอะๆ
ก้แบบว่าต่อต่านระบบที่เค้าอบรมนะครับ รู้สึกว่ามันอีดอาดเชื่องช้า แล้วก้น่าเบื่อ เพราะการอบรมเป็นการบรรยาย เลยทำใหยากาศโดยรวมมันน่าเบื่อ ผมก้บ่อนๆครับ ว่าระบบราชการนี่มันแย่ ไม่ปล่อยให้คิดทำอะไรๆ มันก้ว้ำๆ ซากๆ ทีนี้เป็นเรื่อวงครับ เพราะ คิดแบบนี้เหละ ไอ้ที่เค้าบอกว่าให้จด ผมก้ดื้อ ไม่จดไม่ทำอะไรเลย ฟังๆ เฉยๆ ไปซะงั้น จนวันสุดท้ายเค้าให้ส่งสมุดกัน แล้วปรากฏว่าของผมไม่ผ่าน แล้วเค้าก็จะไปให้ผ่านการฝึกอบรม ซะงั้น ผมก็โดนเรียกไปกับเพื่อนอีกคนที่ ไม่ได้จดเหมือนกัน แล้ว อาจารย์ที่เค้าอบรมเค้าก็ถาม ผมก้พูดตามเหตุผลที่ผมคิดนั่นเหละครับ แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการจดใหม่ แล้วขระจดผมก้บ่นเหตุผลเดิมๆครับ ว่าระบบไม่ดี ครูถึงต้องสอนแบบนี้ น่าเบื่อ ง่วง วัดผมก็ต้องจดๆ เท่านั้นเหละครับ อาจารย์ที่ มหาลัยมาด่าผมวะใหญ่เลย ทีนี้เงียบเลยครับ เหอะๆ ขณะที่ผมกับเพื่อน อึ้ง ปนสับสน ก็มีครู ท่านหนึ่ง มาให้คำแนะนำว่า ให้ไปขอโทษแกเสีย เชื่อใหม่ครับ ผมน้ำตาคลอเลย เหอะๆ ไม่นึกว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้
ผมก้ไปขอโทษอาจารย์ครับ แต่อาจารย์ไม่ว่าอะไร แค่ บอกให้ไปขอโทษอาจารย์ที่เค้าเป็นวิทยากร ขระที่ผมและเพื่อนไปขอโทษอาจารย์ อาจารย์ท่านอื่นก้ไม่มีท่าทีที่จะรังเกียจเลยครับ ก้กล่าวสั่งสอน ด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน และที่คำสอนในครั้งนั้นได้ถุดจดจำไปในใจผมอย่างลึกซึ้งเลยครับ ขณะที่ผมไปขอโทษ อาจารย์ ท่านบอกว่า เราไม่ได้โกราเคือง อะไร ก้จดใหม่เสีย แล้วก็อธิบายที่ต้องทำแบบนี้เพราะ มันเป็นวิธีการสอนแบบหนึ่ง เป็นการวัดผลแบบหนึ่ง เท่านเอง มันก็ต้องมีวิธีต่างๆที่จะให้เด้กเข้าใจ
วันนี้ผมไม่ได้ยึดมั้นในความคิดว่าระบบ ต่างๆ ที่ทำให้การศึกษา แย่ครับ วันนี้วันที่ผมกลับจากค่ายนั้น ผมเห็นอะไรหลายๆอย่างที่กำลังเสนอตัวให้ผมรู้ ผมเห็น จิตวิญญาณของความเป็นครู ที่มันมีเหนือ ระบบทั้งมวลครับ ครูที่นั่น แม้ระบบการเรียนจะไม่เอื้อเท่าไหร่ แต่ทุกคนคือครูมืออาชีพอย่างแท้จริง ท่านเมตา รู้จักกลวิธีการสอน สายตาคำพุด ทุกอย่างครับ มันทำให้ทัศนคิตต่อ วิชาชีพนี้ของผมเปลี่ยนไป ผมภูมิใจมากครับ ที่ครูในประเทศไทย แม้ไม่เก่งเท่าที่อื่น แต่ผมว่าท่านสอนใคนเป็นคนดีได้ มากกว่าที่ไหนๆในโลก หลังจบค่าย ผมเลยได้ความรู้ที่ต่างไปจากเพื่อนคนอื่นครับ ..........
ผมก้ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าในอนาคตจะได้มีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในแวดวงการศึกษา บ้างรึเปล่า แต่ถ้ามีโอกาส ผมอยากจะ สร้างระบบที่มัน สนับสนุนคุณครู ทุกท่นให้มากกว่านี้ครับ ทั้ง ระบบราชการ กลวิธี เงินเดือน อะไร พวกนี้ ไม่รู้ซิครับ เหมือนอะไรหลายๆอย่างมันกำลังบอกให้ผม ให้เห็นความเป็นไปของการศึกาไทย และจิตวิญญานครู วันนี้ผมอยู่กทม ครับ ที่พักของผม ที่สุขุมวิทย 36 ที่หอแห่ง นี้เ เป็นโรงเรียน เก่ามาก่อนครับ ตอนนี้คุณลุงที่เป็นเจ้าของหอ อายุว่า 72 ปี แล้ว ท่านเป็นครูใหญ่เป็นเจ้าของโรงเรียนแห่งนี้มาก่อนครับ วันก่อนท่านเล่าเรื่องเก่าๆ เรื่องโรงเรียน เรื่องความจำเป็นในการยุบโรงเรียนต่างๆ ผมเห็นแววตาแกรู้สึก.......................บอกไม่ถูกครับ มันเป็นรที่อธิบายยากเนอะ ไว้ว่างๆ ผมจะมาเขียน เรื่องของคุณลุงคนนี้ให้ฟังแล้วกัน ............ วันนี้ผมกลับหอพักก่อนครับเหนื่อยแล้ว วันน้เพื่อนๆ กลับไปนึกถึงคุณครูสมัยเรียน ประถมมัธยมกันนะครับ ท่านคงจะดีใจที่ลูกศิษยังไม่ลืมท่าน วันนี้ผมรัก....คุณครูทุกคนอย่างใจจริงครับ
|
|
||||||
|
|